มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

โต้เดือด! ‘เอกภพ’ กับ ‘เจ้าหน้าที่รถพยาบาลเอกชน’ อุ้มแม่ภัทรส่งศูนย์ดูแล ทั้งที่ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช


ข่าวโซเชียล
8 ตุลาคม 2569542
โต้เดือด! ‘เอกภพ’ กับ ‘เจ้าหน้าที่รถพยาบาลเอกชน’ อุ้มแม่ภัทรส่งศูนย์ดูแล ทั้งที่ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช

โต้เดือด! ‘เอกภพ’ กับ ‘เจ้าหน้าที่รถพยาบาลเอกชน’ อุ้มแม่ภัทรขึ้นรถ-จับมัด นำส่งศูนย์ดูแล ทั้งที่ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช

 

จากกรณีรายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของ ‘คุณแม่ภัทร’ ที่ร้องเรียนว่าถูกลูกชายส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลที่ จ. กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง แล้วยึดกิจการไป โดยคุณแม่เล่าถึงสภาพในศูนย์ดูแลที่ถูกขังในกรงคล้ายกรงสุนัขหรือมีตะแกรงครอบ ไม่มีห้องน้ำ ต้องขับถ่ายใส่ถัง จะออกได้ก็ต่อเมื่อมีเจ้าหน้าที่พาไปอาบน้ำ

 

ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค. 2569) คุณแม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน. วังทองหลาง โดยย้ำว่า ตั้งแต่เหตุการณ์อุ้มตัวที่บ้าน ไปจนถึงการอยู่ที่ศูนย์ หากสอบสวนแล้วไปถึงใครบ้าง ก็ขอให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมายได้เลย

 

แม่ภัทรได้กล่าวพาดพิงถึงรถพยาบาลเอกชนที่มาอุ้มตัวไปส่งศูนย์ อ้างว่ามีการจับมัดและทำร้ายร่างกาย ซึ่งแม่จะดำเนินคดีเอาผิดด้วย

 

คุณธีรพงษ์ ได้โทรศัพท์เข้ามาในรายการเพื่อขอชี้แจงโดยระบุว่า ตอนนี้ตนเองถูกกระแสสังคมและชาวเน็ตโจมตีอย่างหนัก และปฏิเสธเรื่องการทำร้ายร่างกาย การต่อยท้องแม่ภัทร หรือการสลับรถระหว่างทาง อ้างว่าเพียงแค่เปลี่ยนตัวทีมงานขึ้นลงที่ปั๊มน้ำมันเท่านั้น

 

คุณธีรพงษ์ เล่าว่า เบนซ์ (ลูกชายแม่ภัทร) เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างในราคา 15,000 บาท ให้ช่วยนำตัวแม่ภัทรไปส่งที่สถานพยาบาล เนื่องจากเบนซ์อ้างว่าแม่ภัทรมีพฤติกรรมรุนแรงและทำร้ายคนในบ้าน เมื่อทีมงานไปถึงบ้าน พบว่าแม่ภัทรมีอาการโวยวาย ด่าทอ และถือกรรไกรอยู่ในมือ จึงต้องให้ลูกน้องล็อกตัว นำขึ้นสเตรตเชอร์ ใช้เชือกมัด และขับรถพาไปส่งที่ศูนย์ใน จ. กาญจนบุรี ซึ่งคุณแม่ด่าพวกตนตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงกาญจนบุรี

 

คุณเอกภพ ได้ตั้งคำถามกลับถึงอำนาจตามกฎหมาย โดยระบุว่าแม่ภัทรอยู่อาศัยในบ้านของตนเองอย่างสงบ และไม่มีใบรับรองแพทย์ เวชระเบียน หรือคำสั่งแพทย์ใด ๆ ที่ยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช

 

คุณธีรพงศ์ พยายามอธิบายว่า คุณแม่โวยวายอาละวาดไม่ฟังอะไรเลย หากเป็นคนปกติ พูดคุยสอบถามกันก็ควรจะรู้เรื่อง แต่นี่ไม่ใช่ คุณแม่ไม่ฟังอะไรเลย ถือกรรไกรด้วย จึงต้องควบคุมสถานการณ์ให้ปลอดภัย

 

คุณเอกภพ ได้สวนกลับว่า การที่กลุ่มคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาในบ้านเพื่อจะควบคุมตัว ย่อมเป็นธรรมดาที่เจ้าของบ้านจะต้องตกใจ โวยวาย ด่าทอ หรือหาสิ่งของมาป้องกันตัว ใครก็ไม่รู้เข้ามาในบ้าน อยู่ ๆ จะมาจับตัว จะให้ยกมือไหว้สวัสดีหรือย่างไร

 

หนุ่ม กรรชัย ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า หากเป็นธีรพงษ์นอนอยู่ในบ้านตนเอง แล้วอยู่ดี ๆ มีคนบุกเข้ามาอุ้มตัวไป ธีรพงษ์ก็คงต้องต่อต้านและด่าทอเพื่อปกป้องตัวเองเช่นกัน การนำอาการโวยวายของแม่ภัทรมาอ้างจึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลชอบธรรมในการบุกจับตัวผู้บริสุทธิ์ได้เลย

 

คุณธีรพงศ์ ระบุว่า ทำตามที่ลูกชายว่างจ้าง เพื่อไปหาหมอ แต่คุณเอกภพได้สวนทันทีว่า ไปหาหมอต้องไป รพ. แล้วสถานที่ที่ไปนั่นเรียกว่า รพ. ได้หรอ

 

คุณเอกภาพย้ำว่า การที่ธีรพงษ์พยายามโทรมาแก้ตัวเรื่องไม่ได้ต่อยท้อง กลับกลายเป็นการรับสารภาพกลางรายการเต็ม ๆ ว่าตนเองและพวกได้บุกรุกเข้าไปในบ้านจริง จับล็อกตัวจริง ใช้เชือกมัดกับสเตรตเชอร์จริง และควบคุมตัวพาไปต่างจังหวัดจริงโดยไร้อำนาจตามกฎหมายและไม่มีเอกสารทางการแพทย์รองรับ จึงขอให้ธีรพงษ์เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ที่ สน. วังทองหลาง โดยเร็ว เนื่องจากแม่ภัทรได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไว้แล้ว

 

ในส่วนของข้อกฎหมาย ทนายแก้ว ได้อธิบายถึงโทษทางอาญาว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ได้แก่ ข้อหาข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการหรือตกใจกลัว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี, ข้อหาทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี, ข้อหาบุกรุก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี รวมถึงข้อหาลักพาตัวและหน่วงเหนี่ยวกักขัง

 

ทนายแก้วย้ำว่า ธีรพงษ์ควรเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ว่าทำไปเพราะอะไร ได้รับการว่าจ้างอย่างไร

 

สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย ได้แนะนำว่า ควรทำด้วยความรอบคอบ ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริงหรือไม่ รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน หากจะมองแค่ว่าโวยวายแล้วจับได้เลย จะสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเสียเอง

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ#แม่ภัทร#ทำร้ายร่างกาย