หญิง อายุ 23 ปี พร้อมแม่และน้าสาว เข้าร้องทุกข์กับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกชาย อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นนายช่างโยธาของ อบต.แห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครสวรรค์ และเป็นคนคุยก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จับถอดเล็บ เอาปืนข่มขู่ และกักขังในบ้านนาน 3 วัน
หญิงผู้เสียหายเล่าว่า วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวที่พูดคุยกันมาประมาณ 2 ปี แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน โทรศัพท์มาหาด้วยความโมโห เพราะคิดว่าตนไปคุยกับผู้ชายคนอื่น มีการพูดจาข่มขู่ว่าจะให้ตนกระโดดตึกหอพักลงมา มิฉะนั้นจะเอาปืนไปยิง ตนจึงโกหกว่าจะยอมกระโดด เพราะไม่อยากเจอหน้า ระหว่างนั้นฝ่ายชายก็มาหาที่หอพัก หลอกเจ้าหน้าที่หอพักว่าตนไม่สบาย เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เขาขึ้นมาหาตน จากนั้นเขาได้บังคับให้ตนขึ้นรถไปกับเขา อ้างว่าจะพาไปบ้านยาย พร้อมยึดโทรศัพท์ของตนไป เพื่อไม่ให้ติดต่อใคร
ระหว่างทางยังบังคับเอาแหวนทอง และต่างหูทอง มูลค่ารวม 36,000 บาท รวมถึงไอแพดไป อ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายออกค่าใช้จ่ายให้ ตนก็ยอมแต่โดยดี และฝ่ายชายยังบังคับให้ตนบอกรหัสแอปฯ ธนาคาร ก่อนจะโอนเงินออกจากบัญชีของตนไปหมดบัญชี เป็นเงิน 14,000 บาท ระหว่างทางตนพยายามลงจากรถ แต่ฝ่ายชายก็อ้างว่ามีปืน ตนกลัวจนไม่กล้าทำอะไร
หญิงผู้เสียหายเล่าต่อว่า เมื่อไปถึงบ้านยายของตน ฝ่ายชายก็บอกจะเอาทรัพย์สินทั้งหมดไป แต่แม่กับยายขอไว้เฉพาะไฟล์การเรียนที่อยู่ในไอแพดและโทรศัพท์ เพราะต้องใช้ในการเรียน แต่ฝ่ายชายไม่ยอม บอกว่าหากอยากได้คืน ต้องยอมไปอยู่ที่บ้านของฝ่ายชาย ตนจำเป็นต้องใช้ไฟล์การเรียน อีกแค่ 4 เดือนก็จะเรียนจบแล้ว จึงยอมไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชาย
จนกระทั่งคืนที่ 2 ที่ตนไปอยู่บ้านฝ่ายชาย ระหว่างที่ตนอ่านหนังสืออยู่ ฝ่ายชายได้เปิดประตูเข้ามา ด่าท่อตนว่าคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่น และได้ลากตนเข้าไปในห้องนอนใช้ปืนข่มขู่ตน ฝ่ายชายยังพยายามหักมือตน แต่ตนสะบัดออก ฝ่ายชายจับนิ้วตนได้ ก็ได้ใช้มือหักเล็บปลอมที่มือซ้ายของตนทีละนิ้ว จนเล็บจริงหลุดตามเล็บปลอมไปถึง 4 นิ้ว มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ตนจึงยกมือไหว้ร้องขอชีวิต แต่ฝ่ายชายก็ไม่ยอมหยุด หันไปหักเล็บที่นิ้วโป้งข้างขวาหลุดอีก 1 นิ้ว รวมเป็น 5 นิ้ว ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศตน
หญิงผู้เสียหาย เล่าอีกว่า ฝ่ายชายยังเอาอาวุธปืนมาข่มขู่และกักขังตนต่ออีก โดยไม่มีการพาไปโรงพยาบาล หนำซ้ำยังเอาน้ำเกลือราดแผลที่นิ้วจนเจ็บแสบไปหมด เมื่อแม่และยายของตนโทร มา ก็บังคับให้โกหกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยู่สบายดี จนสุดท้ายร่างกายตนทนไม่ไหว จากการเสียเลือด และไม่ได้กินข้าว ฝ่ายชายจึงยอมออกไปหาอาหารมาให้กิน เป็นจังหวะที่แม่โทรมาพอดี ตนจึงร้องไห้ แต่ก็ยังไม่กล้าบอกแม่ เพราะฝ่ายชายขู่ไว้ว่าจะยิงครอบครัวตนด้วย แม่จึงตัดสินใจมาหาทันที และพาตัวออกจากบ้าน
ด้านน้าสาวของผู้เสียหายบอกว่า เบื้องต้นได้โทรแจ้ง 191 ก่อนจะประสานไปยัง สภ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ก็บอกว่าจะให้ไปลงบันทึกประจำวันกันเอง แต่ไม่มีการจับกุมฝ่ายชายไปที่โรงพัก จนตนต้องทักท้วง ตำรวจจึงบอกให้ฝ่ายชายขับรถตามไปที่โรงพักเอง
ซึ่งตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ ข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ฝ่ายชายยอมรับแค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย และได้รับการประกันตัวในชั้นศาล วางหลักทรัพย์ 2 แสนบาท แม้ครอบครัวจะพยายามคัดค้านการประกันตัวแล้วก็ตาม แถมออกมาฝ่ายชายยังมีพฤติกรรมข่มขู่ ด้วยการแชตไปจ้างเพื่อนรุ่นน้องของผู้เสียหายที่มหาวิทยาลัย ให้ช่วยถ่ายรูปส่งความคืบหน้ารายงานด้วย แต่เพื่อนรุ่นน้องไม่ได้ทำตามและบล็อกไป
ล่าสุดมีตำรวจมาที่บ้าน ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าไม่อยู่บ้าน ไม่สะดวกให้มา เมื่อตนดูผ่านกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าตำรวจ สภ.โกรกพระ พยายามไกล่เกลี่ยให้ยายยอมรับเงินเยียวยาจากฝ่ายชาย เพื่อให้ฝ่ายชายไม่มาทำร้ายอีก และให้แถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจเอาความหลังรับเงินเยียวยาไปแล้ว ตนจึงรู้สึกไม่ไว้ใจตำรวจในพื้นที่แล้ว ไม่รู้ว่าต้องพึ่งใคร จนมืดมนไปหมด เพราะต้องการดำเนินคดีถึงที่สุด
ด้านแม่ของผู้เสียหาย บอกว่าเห็นสภาพลูกเล็บหลุด มีทั้งเลือดและหนอง เลือดกบปาก หัวใจแทบสลาย ฝ่ายชายไม่ใช่คน และเขาเคยข่มขู่อ้างว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่โกรกพระ ต่อให้ดำเนินคดีก็ทำอะไรไม่ได้ ตนเคยทักท้วงตำรวจว่าให้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเพิ่มด้วยได้ไหม แต่ตำรวจก็อ้างว่ายังไม่ได้ยิง แจ้งไม่ได้ ปัจจุบันฝ่ายชายก็ยังคงรับราชการที่ อบต.อยู่
ทั้งนี้เพจสายไหมต้องรอดเตรียมประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ให้เข้าไปตรวจสอบพฤติกรรมการทำคดีของตำรวจ สภ.โกรกพระ และจะพาผู้เสียหายไปร้องกระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอรับการคุ้มครองพยานต่อไป หลังครอบครัวกังวลจะได้รับอันตรายเพราะฝ่ายชายได้รับการประกันตัวออกมา