มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

สลิปเส้นทางเงิน "องค์กรทำดี" เข้าบัญชีผู้รับเหมา ทนายแก้วชี้อาจเข้าข่ายยักยอกฟอกเงิน ,ผิด พ.ร.บ.เรี่ยไร


ข่าวโซเชียล
29 ตุลาคม 256994
สลิปเส้นทางเงิน "องค์กรทำดี" เข้าบัญชีผู้รับเหมา  ทนายแก้วชี้อาจเข้าข่ายยักยอกฟอกเงิน ,ผิด พ.ร.บ.เรี่ยไร

 

รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย นำเสนอประเด็นเส้นทางการเงินของบัญชีรับบริจาค "องค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา" ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยว่าถูกนำไปใช้กับโครงการพูลวิลลา 8 หลังที่ จ.ภูเก็ต  โดยมี "เอ๋" นายอภิชาติ ผู้รับเหมาก่อสร้างและหุ้นส่วนโครงการ มาให้ข้อมูล พร้อมด้วย เอก ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ร่วมวิเคราะห์ข้อกฎหมาย 

 

คุณเอ๋ เล่าว่ารู้จักกับ "ก๊อต" สามีของบุ๋ม ปนัดดา มานานกว่า 10 ปีจากการซ้อมกีฬายิงปืน ต่อมาก๊อตชวนให้สร้างบ้านบนที่ดิน 2 แปลง รวมประมาณ 2 ไร่ ที่ อ.ถลาง ต.ไม้ขาว จ.ภูเก็ต ใกล้ทะเล โดยโฉนดทั้ง 2 แปลงเป็นชื่อของบุ๋ม ปนัดดา แปลงหนึ่งได้มาปี 2564 อีกแปลงได้มาปี 2566

 

 

คุณเอ๋ บอกด้วยว่า ทีแรก คุณก๊อตเดิมตั้งใจสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศหลังเดียว ราคาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท โดยงวดแรก คุณก๊อต เป็นคนโอนเงินมาให้ ส่วนงวดที่ 2 มาจากบัญชีส่วนของคุณบุ๋ม ปนัดดา แต่เมื่อก่อสร้างถึงช่วงฐานราก ก็มีการเปลี่ยนแผนเป็นพูลวิลลา 8 หลัง  เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ ตั้งราคาขายรวมทั้งโครงการประมาณ 180 ล้านบาท ต้นทุนก่อสร้างประเมินหลังละราว 8 ล้านบาท รวมประมาณ 64 ล้านบาท แบ่งจ่ายหลังละ 10 งวดตามผลงาน เริ่มก่อสร้างวันที่ 3 เมษายน 2568 แบ่งหุ้นกันก๊อต 60% ช่างเอ๋ 40% ตอนนั้นมีการเปลี่ยนเป็นสัญญาร่วมทุนแต่ไม่เคยได้เซ็นสัญญา

 

โดยเงินที่โอนเข้ามาในช่วงก่อสร้างมาจาก 3 บัญชี คือ บัญชีส่วนตัวของบุ๋ม บัญชีส่วนตัวของก๊อต และบัญชี "องค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา" ทุกครั้งที่มีเงินจากองค์กรทำดีเข้ามา ก๊อตจะโทรแจ้งว่ามีเงินเข้าแล้ว ให้โอนกลับไปให้เขา โดยไม่บอกว่าเป็นค่าอะไร

 

โดยในรายการ มีการเปิดสลิปโอนเงิน จากบัญชี องค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดาเข้าบัญชีของนายอภิชาติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.18 น. ยอด 461,043 บาท ตามด้วย 550,000 บาท, 650,000 บาท, อีก 650,000 บาท (28 ก.ค.), 2 ล้านบาท (30 ก.ค.), 800,000 บาท, 668,000 บาท (5 ส.ค.), 400,000 บาท (2 ก.ย.), 200,000 บาท (4 ก.ย.), 860,000 บาท (8 ก.ย.), 550,000 บาท (11 ก.ย.), 540,000 บาท (19 ก.ย.), 970,000 บาท และอีก 1 ล้านบาท (26 ก.ย.) ไปจนถึงเดือนตุลาคม 

 

ตามสเตตเมนต์ที่มีการกระทบยอด พบว่าเงินจากบัญชีองค์กรทำดีเข้าบัญชีบริษัทรวม 45,160,200 บาท ขณะที่ยอดที่โอนคืนให้ก๊อตตามสเตตเมนต์ชุดหนึ่งอยู่ที่ 20,649,672 บาท และยังมีบางส่วนที่ถอนเป็นเงินสดไปฝากเข้าบัญชีของก๊อตโดยตรง คุณเอ๋ประเมินว่ายอดทั้งหมดทั้งค่าสร้างบ้านและที่โอนคืน รวมราว 45-50 ล้านบาท

 

 

ไฮไลต์สำคัญคือเมื่อนำสลิปองค์กรทำดีมาวางเทียบกับตารางค่าก่อสร้าง พบว่ายอดเงินวันที่ 31 มกราคม 2569 ยอด 668,619.35 ตรงกับ "ค่าบ้านงวดที่ 2 ของหลังที่ 2" ในตารางลำดับที่ 6 ทั้งยอดเงินและวันที่ ส่วนยอด 764,000 บาท วันที่ 13 ธันวาคม 2568 ก็ตรงกับรายการลำดับที่ 11 ในตารางเช่นกัน 

 

คุณเอ๋ ยังบอกด้วยว่า เมื่อมีการโอนเงินจาก บัญชี องค์กรทำดีแล้ว  คุณก๊อต จะสั่งให้ช่างเอ๋แตกยอดโอนกลับไปเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย และบางยอดมีเศษ เช่น 429,126 บาท คุณเอ๋ ยอมรับว่าก๊อตเป็นคนกำหนดยอดเอง และตนไม่ได้เอะใจเพราะตอนนั้นยังสนิทกัน ส่วนอีกเหตุผลคือวงเงินโอนต่อวันของตนได้แค่ 2 ล้านบาท บางวันจึงต้องถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีคุณก๊อตแทน

 

ทั้งนี้ คุณเอ๋ ยืนยันว่า ไม่เคยหักหัวคิวหรือเก็บเปอร์เซ็นต์ไว้เลย โอนคืนครบทุกบาท บางครั้งเกินด้วย และเคยถาม คุณก๊อตเพียงครั้งเดียวแบบไม่จริงจัง ได้คำตอบว่าจะเอาเงินไปช่วยคนเรื่องชายแดนและน้ำท่วม ต้องใช้เป็นเงินสด ซึ่งตรงนี้ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงกรกฎาคม 2568 ตรงกับช่วงสถานการณ์สู้รบชายแดน  คุณเอ๋ยังบอกด้วยว่า ต่อมามีเจ้าหน้าที่ธนาคาร 2   แห่ง โทรมาสอบถามและเรียกให้ไปยืนยันตัวตน ตนจึงบอกคุณก๊อตว่าไม่อยากทำอีกเพราะเสี่ยง

 

นอกจากเงินจากบัญชีองค์กรทำดี ยังพบรายการรับฝากเงินสดข้ามเขตในวันเดียวคือ 5 มกราคม 2569 หลายยอด ได้แก่ 4,234,400 บาท, 6,351,600 บาท, 6,584,200 บาท (14.43 น.) และ 10,586,000 บาท (14.54 น.) ซึ่งคุณเอ๋ บอกไม่ทราบว่ามาจากบัญชีใคร เพราะเป็นการนำเงินสดมาฝาก และเงินได้โอนกลับไปให้ก๊อตทั้งหมด

 

คุณเอ๋ รับว่า ทีแรกตอนมาหาทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อต้องการหารือ ตนถูกดำเนินคดีเรื่องบุกรุกที่ดิน และสรรพากรภูเก็ตเรียกไปชี้แจง เพราะมองว่าเงินที่ไหลเข้าบัญชีเป็นรายได้ ประเมินเบื้องต้นราว 2 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ คุณก๊อตเคยรับปากว่า  จะรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและภาษีให้ และตนยังสำรองจ่ายค่าก่อสร้างไปราว 7 ล้านบาท ได้คืนมาแค่ 3 ล้านกว่าบาท ก่อนที่คุณก๊อตจะขาดการติดต่อไปตั้งแต่ราวเดือนมีนาคม 2569 ขณะก่อสร้างถึงหลังที่ 3 

 

จากนั้นมีคนอ้างว่าเป็นคนงานของมูลนิธิมาปิดกั้นพื้นที่ ติดป้ายห้ามเข้า และนำป้ายองค์กรทำดีไปติด ทำให้คนในพื้นที่เข้าใจว่าเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิ ส่วนตนต้องแจ้งความให้ตำรวจช่วยเจรจาเพื่อเข้าไปขนนั่งร้านและเครื่องมือออกมา

 

นอกจากนี้ คุณเอ๋ยังถูกดำเนินคดีบุกรุกป่าที่ภูเก็ต จากการที่ก๊อตให้ไปหาแม็คโครเข้าไปปรับพื้นที่ ภ.บ.ท.5 เพื่อทำทางวิ่งเทรล โดยมีช่างรังวัดของคุณก๊อตชี้แนวเขต ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน และทนายของอีกฝ่ายเคยบอกให้ "จบที่คุณ" รับไปคนเดียว

 

 

ขณะเดียวกัน คุณเอ๋ยังได้นำ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารซึ่งระบุชื่อบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นเจ้าของอาคาร และระบุชื่อเธอเป็นผู้ควบคุมงาน รวมถึงการขอมิเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ชื่อเธอ พร้อมยังยืนยันว่าบุ๋มเคยมาและทราบว่าเปลี่ยนจากบ้านเป็นพูลวิลลา

 

 

ต่อมา รายการเปิดสลิปฝากเงินสด 2 ใบ วันที่ 19 ธันวาคม ยอด 9,850,000 บาท และ 2,450,000 บาท ซึ่งลายมือผู้ฝากเป็นของบุ๋ม ปนัดดา ที่มีการโอนไปยังคุณเอ๋

 

 

จากนั้น พี่หน่วงได้มีการพูดคุยกับ คุณบุ๋ม ปนัดดา ที่ขอตอบข้อความผ่านแชต เนื่องจากตอนนี้มีอาการเครียดมาก ไม่พร้อมที่จะโฟนอิน โดยสาระสำคัญคือ ไม่รู้เรื่อง พูลวิลลาที่ภูเก็ต ทราบแต่ว่าสามีทำธุรกิจกับคุณเอ๋ ส่วนเงินที่โอนไปให้คุณเอ๋นั้น เข้าใจว่าเป็นการโอนเงินให้ช่าง สำหรับสร้างมูลนิธิ ซึ่งจ่ายตามยอดเงินที่อีกฝั่งทำใบเบิกมา โดยมีคุณก๊อต สามีเป็นดูงานก่อสร้าง และตนเองมีหน้าที่จ่าย โดยไม่รู้ว่าเขาเอาไปทำพูลวิลลา ตอนนี้ตนพยายามรวบรวมหลักฐานและบางส่วนหลักฐานก็อยู่กับคุณก๊อต แต่ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อได้ และทิ้งข้อความไว้ด้วย มันเลยจุดที่จะถามเค้าแล้วว่า ทำไมทำเหี้ยกับหนูแบบนี้ 

 

 

ต่อมาได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกับ ทนายเปิ้ล ที่ปรึกษาทางกฎหมายของมูลนิธิฯ ระบุว่าเพิ่งทราบข้อมูลและอยู่ระหว่างตรวจสอบ บุ๋มยืนยันว่าโอนเป็นค่าก่อสร้างอาคารมูลนิธิที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี ซึ่งเริ่มสร้างราวปี 2567 และยังไม่เสร็จ 100% มูลนิธิไม่มีนโยบายเปิดสาขาที่อื่นและไม่เคยรับทราบเรื่องพูลวิลลา ส่วนเรื่องใบอนุญาตน่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว และล่าสุด บุ๋ม ยุติการทำหน้าที่ประธานมูลนิธิเป็นการชั่วคราวระหว่างการสอบสวน

 

ด้านทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย กล่าวว่า บัญชี "องค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา" เป็นบัญชีบุคคลธรรมดาที่เปิดรับบริจาคก่อนจดทะเบียนมูลนิธิ คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเงินบริจาค จึงไม่ควรมีเงินส่วนตัวปนอยู่ และผู้มีสิทธิ์เบิกถอนมีเพียงเจ้าของบัญชีคนเดียว สามีทำธุรกรรมแทนไม่ได้ เว้นแต่มีการมอบฉันทะ อีกทั้งการโอนยอดเกิน 50,000 บาทต้องสแกนใบหน้า

 

 

ทนายแก้ว  ยกแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 386/2541 ซึ่งวางหลักไว้ว่าเงินที่ชาวบ้านตั้งใจบริจาคแต่เข้าบัญชีบุคคล หากไม่ส่งต่อให้วัดหรือมูลนิธิและเบียดบังไป ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ ส่วนกรณีนี้อาจเข้าข่ายหลายข้อหา ได้แก่

• ยักยอกทรัพย์โดยผู้มีหน้าที่ ม.353 ประมวลกฎหมายอาญา โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท

• พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 หากใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องทำบัญชีเปิดเผยและใช้ตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

• ฉ้อโกงประชาชน

• พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โทษจำคุก 1-10 ปี เพราะเป็นความผิดมูลฐาน และเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่พนักงานสอบสวนตั้งเรื่องตรวจสอบเส้นเงินได้เองโดยไม่ต้องรอให้มีผู้เสียหายแจ้งความ

 

และเปรียบว่าเส้นเงินเหมือนแม่น้ำ มีหัวมีหาง ไหลผ่านหรือไปจอดตรงไหน ตรงนั้นโดน ไม่ว่าเงินจะถูกใช้สร้างพูลวิลลา หรือถูกโอนต่อให้ก๊อต ก็ผิดวัตถุประสงค์ทั้งสองกรณี เพราะเงินบริจาคต้องใช้ช่วยเหลือประชาชนตามวัตถุประสงค์เท่านั้น 

 

ส่วนที่เอกภพ ถามว่า หากเงินที่ถูกโอนออกมาแล้ว แต่ต่อมามีการนำเงินมาเติมกลับเข้าบัญชีภายหลังไม่ได้ทำให้คดีจบ เพราะความผิดสำเร็จไปแล้ว.  ซึ่งทนายแก้ว บอกด้วยว่า ในฐานะผู้ประกอบการ หากรับเงินแปลก ๆ แบบนี้ซ้ำ 30-40 ครั้งแล้วไม่ตั้งคำถาม กฎหมายอาจมองว่า "รู้หรือควรรู้" และอาจถูกมองเป็นบัญชีม้าหรือตัวการร่วม จึงแนะนำให้รีบไปแจ้งความพร้อมทนายเพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน

 

โดยระหว่างรายการ คุณเอ๋ พยายามโทรศัพท์ติดต่อหาคุณก๊อต แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยคุณเอ๋ฝากถึงคุณก๊อตให้ติดต่อกลับมาช่วยกันแก้ปัญหา ด้านรายการยืนยันพร้อมเปิดพื้นที่ให้คุณบุ๋มชี้แจงอีกมุม


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#มูลนิธิองค์กรทำดี#บุ๋มปนัดดา#สามีบุ๋มปนัดดา