เพจมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT ได้มีการโพสต์คลิปรถกระบะขับมาตามถนน แต่มีร่างสุนัข 1 ตัว ถูกเชือกผูกที่ลำคอ และห้อยติดอยู่ที่ท้ายกระบะฝั่งคนขับ สร้างความสะเทือนใจให้กับคนที่พบเห็น
ซึ่งในโพสต์มีการระบุข้อความว่า "WDT รับเรื่องร้องเรียนเศร้าสลด จากอำเภอเมืองอุดรธานี #คาดเจ้าของรถเอาหมาผูกไว้หลังรถแล้วน้องหมากระโดด หรือตกรถ เชือกที่ผูกไว้ จึงกลายเป็นรัดคอห้อยไปกับรถ #จนสิ้นใจอย่างทรมาน ผู้พบเห็นพยายาม ทั้งบีบแตร ทั้งเปิดไฟสูง ขับรถตีคู่เรียกเจ้าของรถให้เปิดกระจกแล้วแต่ไม่เป็นผล จึง โพสต์ลง Facebook และมีคนส่งคลิปมาร้องเรียนกับมูลนิธิ
WDT จะประสานสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุให้ติดตามตัวเจ้าของรถ มาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 24 ว่าด้วยการขนส่งสัตว์ แห่ง พรบ.ป้องกันการทารณุกรรมฯ ส่วนจะเป็นเจตนาทารุณกรรมสัตว์หรือไม่นั้น ต้องดำเนินการสืบสวน สอบสวนต่อไปครับ RIP นะ เจ้าหมาน้อย #น้องไม่น่ารอดครับ #บีบแตรหลายรอบค่ะจนต้องหยิบมือถือมาถ่ายไว้ค่ะทั้งแตรทั้งไฟสูงตามในคลิปเลยค่ะ อ.เมือง อุดรธานี"
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ถ่ายคลิป เผยว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 19.00 น. ตนกลับจากบ้านที่ จ.หนองคาย ใช้ถนนเส้นสุมเส้า-สามพร้าว จุดเกิดเหตุคือกำลังจะเข้าบ้านดอนหาด ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อขับมาถึงรถกระบะ เห็นร่างของน้องหมาห้อยอยู่ท้ายกระบะ มีปลอกคอและเชือกรั้งกับตัวกระบะรถห้อยโตงเตง
พวกตนบีบแตรและกระพริบไฟสูงใส่อยู่หลายครั้ง แต่รถกระบะคันดังกล่าวก็ไม่ชะลอเลย ตนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ และก็บอกให้คนขับขับแซงไป เมื่อพวกตนขับแซงได้ก็มองเห็นว่าเป็นผู้ชายเป็นคนขับ พอขับชะลอจอดรถ ก็เห็นเขาลงไปดู พวกตนเห็นว่าเขารู้ตัวแล้ว จึงขับต่อไปตามเส้นทาง เพราะกลัวว่าเขาจะโกรธ และตรงนั้นก็เป็นที่เปลี่ยวด้วย เมื่อมาถึงที่พัก ตนก็โพสต์คลิปนี้ลงกลุ่มเฟซบุ๊กคนรักสัตว์ จากนั้นก็มีคนเอาไปโพสต์ที่เพจมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์
ตนไม่รู้จริงๆ ว่าเขาตั้งใจหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเหตุที่น้องกระโดดลงมาเอง แล้วคนขับไม่รู้ ตนสงสารน้องมาก คิดว่าน้องอาจจะตายแล้ว เพราะไม่เห็นน้องดิ้นเลยตั้งแต่แรก