วันนี้ (6 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของครอบครัวเยาวชนชาย อายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยวันนี้ ครอบครัวได้ทำพิธีเก็บอัฐิ ก่อนเตรียมนำไปลอยอังคารในช่วงสาย ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติ
ครอบครัวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง ขยัน และพยายามหารายได้จากการทำงานพิเศษมาโดยตลอด ทั้งเคยทำงานที่ร้านนม และในวันเกิดเหตุได้ไปทำงานที่ร้านข้าวต้ม เพื่อเก็บเงินซื้อสิ่งของที่ตัวเองอยากได้
ผู้เสียชีวิตเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่แยกทางกัน ขณะที่คุณแม่มีโรคประจำตัวหลายโรคจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังจากนั้นครอบครัวของน้องสาวคุณแม่จึงรับผู้เสียชีวิตเป็นบุตรบุญธรรม คอยดูแลและส่งเสียให้ได้รับการศึกษา นอกจากความขยันแล้ว ผู้เสียชีวิตยังเป็นเด็กกิจกรรมและมีความสามารถด้านดนตรี เคยเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตทั้งของโรงเรียน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก วันเกิดเหตุ หลังจากเลิกงานที่ร้านข้าวต้ม ผู้เสียชีวิตได้แวะพูดคุยกับเพื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุสลดขึ้น
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพบว่าน้องยังไม่กลับบ้านจึงพยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า น้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว และรถยนต์คู่กรณีหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวรู้สึกทั้งเสียใจและโกรธ โดยเฉพาะการที่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวรับผิดชอบ
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตตั้งคำถามว่า หากผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่บนถนนเป็นลูกของคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร พร้อมยอมรับว่าก่อนหน้านี้รู้สึกหวั่นเกรงว่าคดีอาจไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดได้
ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรถยนต์คู่กรณี รวมถึงกระแสข่าวเรื่องป้ายทะเบียนที่พบในที่เกิดเหตุว่าอาจเป็นป้ายทะเบียนปลอม หรืออาจเกี่ยวข้องกับการนำรถมาสวมทะเบียน ทำให้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและติดตามคดีเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด วานนี้ ( 5 ก.ย.69) ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก แจ้งความคืบหน้าของคดี ระบุว่า “ตามที่มีการเสนอข่าวในโลกโซเชียล ว่ามีเหตุรถเฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต โดยมีการนำเสนอข่าวว่าเป็นการกระทำของตำรวจนั้น ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกนำเรียนประชาสัมพันธ์ดังนี้
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.69 เวลา 02.45 น.รับแจ้งจากสายตรวจรถจักรยานยนต์ 108 ว่ามีอุบัติเหตุ ระหว่างรถจักรยานยนต์กับรถจักรยานยนต์ชนกัน บริเวณหน้าสรรพากร 6 ถ.สิงหวัฒน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นชาย 1 ราย อายุ 16 ปี และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นหญิงอายุ 20 ปี และหญิง อายุ 21 ปี จึงประสานกู้ภัยและแจ้งพนักงานสอบสวนพร้อมแพทย์เวร ตรวจสถานที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน พบว่ากันชนสีเทาและป้ายทะเบียนรถยนต์ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน ปรากฏว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง แต่รถยนต์ที่หลบหนีเป็นรถยนต์อีกยี่ห้อหนึ่ง จึงเป็นการสวมทะเบียนรถยนต์ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ปรากฏว่ารถยนต์ได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนผู้บาดเจ็บได้นอนอยู่กลางถนน
ต่อมาจากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ที่เกิดเหตุย้อนไปในทิศทางก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งพบว่ารถคันก่อเหตุดังกล่าวขับขี่ออกจากสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ และพบว่าผู้ที่ขับขี่รถคันดังกล่าวออกมาคือ ตำรวจยศ พ.ต.ท.อายุ 53 ปี พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยทราบเบื้องต้นว่าอยู่ระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกจะได้ประชาสัมพันธ์และรายงานให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อทราบความคืบหน้าดังกล่าว ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับคดีและสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ แต่ยังมีความกังวลใจเกี่ยวกับกระบวนการหลังจากนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานถึง 5 วันแล้ว
นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังตั้งคำถามว่า ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หรือไม่ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์และทะเบียนอย่างละเอียดหรือไม่ โดยยืนยันว่าอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ครอบครัวของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นผู้ขับขี่ออกมาแสดงตัว ไม่เคยเห็นการติดต่อหรือการแสดงความรับผิดชอบจากครอบครัวของผู้ก่อเหตุ จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเรื่องนี้ไม่ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงในโลกโซเชียล คดีอาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่านี้
ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก ได้เดินทางเข้าพบครอบครัวของผู้เสียชีวิต และร่วมพิธีฌาปนกิจ พร้อมรับปากว่าจะช่วยติดตามเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม และพยายามติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยช่วงเช้าวันนี้ นายณฐชนน ยังได้เดินทางมาร่วมพิธีเก็บอัฐิของผู้เสียชีวิตด้วย พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวแล้ว ต้องการให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด และต้องการให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้มีกระแสเกี่ยวกับคดีเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมา มีบุคคลส่งคลิปเสียงในลักษณะข่มขู่มาในช่องแชตเฟซบุ๊ก ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ จึงเตรียมเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
พร้อมกันนี้ นายณฐชนน ยังได้แจ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่า หากต้องการความช่วยเหลือในด้านใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทนายความหรือการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตนอยากช่วยคืนความยุติธรรมให้น้องผู้เสียชีวิตและครอบครัว