มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

‘อ. จตุรงค์’ รอดู ‘ป้าดา’ มาโรงพักขอนแก่น แต่ยังเงียบ ถามไหนหลักฐานเด็ด?


ภูมิภาค
27 สิงหาคม 2569207
‘อ. จตุรงค์’ รอดู ‘ป้าดา’ มาโรงพักขอนแก่น แต่ยังเงียบ ถามไหนหลักฐานเด็ด?

‘อ. จตุรงค์’ รอดู ‘ป้าดา’ มาโรงพักขอนแก่น แต่ยังเงียบ ถามไหนหลักฐานเด็ดที่บอกจะสะเทือนโลกสะเทือนวัด

 

วันที่ 27 ส.ค. 2569 เวลา 15.30 น. ที่ สภ. เมืองขอนแก่น นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา เดินทางลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีของ ‘ป้าดา’ ซึ่งครบกำหนด 15 วันตามหมายเรียกครั้งที่ 1 หากป้าดาไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายใน 24.00 น. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2

 

อ. จตุรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนติดตามการนำเสนอหลักฐานเด็ดของป้าดามาแล้วหลายครั้ง โดยทุกครั้งมีการระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญระดับสะท้านปฐพี โลกจะสะเทือน แต่เมื่อตนใช้เวลาตรวจดูหลักฐานประมาณชั่วโมงเศษ กลับไม่พบสิ่งที่เห็นว่าเป็นหลักฐานเด็ดตามที่ประกาศไว้ ตนมานั่งรอดูทุกรอบ ดูเสร็จประมาณชั่วโมงเศษก็ได้แต่ส่ายหัวว่า “นี่หรือหลักฐานเด็ด?” ตอนที่นำหลักฐานมาแสดงต่อสื่อ ตนก็อยากถามสื่อมวลชนจากใจว่า พวกคุณเห็นว่าเด็ดหรือไม่

 

อ. จตุรงค์ ยังกล่าวถึงที่ปรึกษากฎหมายของป้าดา ซึ่งมีการเปิดตัวในการแถลงข่าวร่วมกับป้าดา โดยระบุว่า เป็นอดีตผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนา และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมอ้างว่า สมเด็จพระราชาคณะสายพระนครศรีอยุธยาหลายรูปที่รู้จักกับตนฝากให้เตือนว่า “เบาได้เบา” ท่านวรเดชควรพิจารณาดูคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาประกอบด้วย ไม่ควรนำเครดิตจากการเคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการห รือผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด มาใช้สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในลักษณะดังกล่าว เพราะอาจกระทบต่อการทำงานของคณะสงฆ์

 

สำหรับการเดินทางมาที่ สภ. เมืองขอนแก่น ครั้งนี้ อ. จตุรงค์ กล่าวว่า นอกจากต้องการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังตั้งใจมารอดูว่าป้าดาจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ป้าดาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และไม่ควรกล่าวหาภายหลังว่าถูกตำรวจหรือหน่วยงานใดอุ้มหรือหิ้ว ขณะนี้ป้าดายังมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงออกหมายเรียกให้เข้ามาให้ปากคำตามกระบวนการ พร้อมจัดสถานที่สอบสวนและดูแลตามสมควร ทั้งห้องปรับอากาศ น้ำดื่ม และอาหาร จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายเรียก

 

วันนี้เขามองคุณเป็นผู้ถูกกล่าวหา เขายังเชิญคุณมาด้วยดีและดูแลคุณอย่างดี เห็นพูดอยู่เสมอว่าอยากให้สอบปากคำ แต่เมื่อออกหมายเรียกแล้วกลับเพิกเฉย หมายเรียกครั้งแรกไม่มา หากหมายเรียกครั้งที่ 2 ยังไม่มา ต่อไปก็คงเป็นหมายศาล ซึ่งก็คือหมายจับ ในฐานะที่ตนเคยถูกตำรวจควบคุมตัวมาก่อน จึงอยากเตือนในฐานะรุ่นพี่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาควรให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากยังไม่พร้อมเข้าพบด้วยตนเอง อย่างน้อยควรส่งทนายความมาประสานกับพนักงานสอบสวนหรือร้อยเวร ไม่ควรไม่รับสายหรือปล่อยให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตาม

 

ตนเคยให้ความเห็นผ่านหลายรายการและหลายสถานีว่า ป้าดาควรส่งทนายมาพูดคุยกับพนักงานสอบสวน หรือเข้ามาให้ปากคำด้วยตนเอง หากยังคงเพิกเฉยก็ไม่ควรกล่าวหาว่าสถานีตำรวจหรือหน่วยงานต่าง ๆ พยายามอุ้ม เดดไลน์คือวันนี้ ยังไม่เห็นว่าจะเข้ามารายงานตัวหรือแสดงความเคารพต่อกระบวนการของพนักงานสอบสวน อยากให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่า ควรขอศาลออกหมายจับหรือไม่ สำหรับคนที่เลือกเพิกเฉยต่อกระบวนการยุติธรรม ท่าทีที่ป้าดาเคยแสดงต่อนักข่าวในลักษณะว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าใครตาย จึงไม่ไป เห็นว่าท่าทีดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเร็วขึ้น

 

ส่วนกรณีที่ป้าดาระบุว่า จะเดินทางไปร้องเรียนกองบังคับการปราบปราม, รัฐบาล หรือหน่วยงานระดับสูง อ. จตุรงค์ กล่าวว่า ไม่ได้ดูถูกสิทธิในการร้องเรียน แต่ต้องการเตือนว่า หากเลือกใช้วิธีดึงเช็งหรือยืดเวลา ฝ่ายวัดก็อาจใช้แนวทางเดียวกันได้ หากฝ่ายวัดเลือกดึงเช็งต่อไป ทายาทอาจไม่ได้รับที่ดินแม้แต่ผืนเดียว แม้เวลาจะผ่านไปอีก 3 รุ่น หรือมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสอีก 3 รุ่น พร้อมตั้งคำถามว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการให้เรื่องดำเนินไปในลักษณะดังกล่าวหรือไม่

 

และวันนี้ขอเสนอให้ใช้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งคำดังกล่าวเป็นคำโบราณที่มีรากจากภาษาบาลี ไม่ได้ใช้เฉพาะกับข่าวต่างประเทศ แต่สามารถใช้กับเหตุการณ์ภายในประเทศได้เช่นกัน โดยการไม่ให้บุคคลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมวงพนันที่เคยเล่น ไม่จำหน่ายสินค้าให้ตามร้านของชำ ตลอดจนเสนอให้พระสงฆ์ไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจแก่บุคคลในกลุ่มหรือนามสกุลดังกล่าว โดยเรียกแนวทางนี้ว่าเป็นการคว่ำบาตรจริง และมองว่าเป็นการต่อสู้ของชาวขอนแก่นและคณะสงฆ์ด้วยแนวทางสันติวิธีแบบดั้งเดิม

 

ส่วนตัวตนเคยเตือนในหลายรายการว่า อย่าให้ชาวพุทธอย่างพวกตนปล่อยวางกันจนถึงที่สุด เพราะการปล่อยวางของชาวพุทธคือการวางทิ้ง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดได้มากที่สุด ยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มที่เกี่ยวข้องเคยเล่นไฮโล ป๊อกแปด หรือป๊อกเก้า ก็ไม่ควรให้เข้าร่วม หากเคยซื้อไข่ เครื่องดื่ม หรือรับประทานซอยจุ๊ที่ร้านใด ก็เสนอให้ร้านเหล่านั้นไม่จำหน่ายสินค้าให้ และไม่สังฆกรรมกับคุณ เพื่อให้เกิดสำนึก ผู้ที่คอยยุยงพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบกลับเป็นทายาทตัวจริงที่อาศัยอยู่ใน จ. ขอนแก่น

 

ในประเด็นสิทธิในที่ดิน อ. จตุรงค์ ตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือรับรองการเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 9 หรือไม่ รวมถึงมีพินัยกรรมของตาเฮียงมาแสดงหรือไม่ โดยระบุว่ายังไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายวัดมีโฉนดที่ดิน ถ้อยคำแสดงเจตนาถวายที่ดิน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศตั้งวัด ประกาศแต่งตั้งเจ้าอาวาส และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูสัญญาบัตร จึงตั้งคำถามว่า ฝ่ายป้าดามีหลักฐานใดมาหักล้าง ดั่งสุภาษิตโบราณว่า “เงินตกใส่หญ้า หญ้าตาย เงินตกใส่ควาย ควายก็กลายเป็นลาบ”

 

พร้อมระบุว่า หลังมีการโฆษณาและโหมโรงต่อเนื่อง 2–3 วันว่าจะเปิดหลักฐานสะเทือนโลกสะเทือนวัด สิ่งที่ปรากฏกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ตนเดินทางมาอยู่ใน จ. ขอนแก่น เกือบ 10 วันแล้ว แต่ตนพยายามไม่เปิดเผยตัว พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลตามบ้านทุกหลังบริเวณหลังวัด ตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ไปจนถึงอะพาร์ตเมนต์ พยายามตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มนายทุนที่ถูกกล่าวหาว่ากว้านซื้อทาวน์เฮาส์และอะพาร์ตเมนต์ ก่อนทุบอาคารหรือไล่ผู้พักอาศัยออก รวมถึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องการได้ที่ดินของวัด

 

นอกจากสอบถามชาวบ้านแล้ว ยังได้เข้าพบนักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ตลอดจนอาจารย์ที่เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสอบถามข้อมูลย้อนหลัง รวมทั้งสอบถามพระผู้ใหญ่ พระผู้น้อย และวัดในนิกายอื่น เพื่อให้ได้รับข้อมูลรอบด้าน หากสอบถามเฉพาะเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามอาจถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างวัด จึงต้องไปสอบถามบุคคลและวัดอื่นประกอบ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าให้ความเป็นธรรมเพียงฝ่ายเดียว

 

จากการลงพื้นที่ได้รับข้อมูลจากคนใกล้บ้านและคนใกล้วัดว่า ทายาทมีหลายคน และไม่ได้หมายความว่าทายาททุกคนจะเห็นด้วยกับทายาทกลุ่มที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยทายาทหลายคนที่สื่อแต่ละช่องเคยสุ่มสัมภาษณ์ต่างให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าว ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการพนัน ขอไม่ระบุชื่อทายาทคนใด แต่มีบุคคลที่เป็นรุ่นน้อง อายุ 65 ปี และอาศัยอยู่ในละแวกบ้าน ซึ่งสามารถชี้ได้ว่าใครมีพฤติกรรมติดการพนันจนนำไปสู่เรื่องราวในปัจจุบัน และขณะเดียวกันหากไม่มีสื่อมวลชนติดตามทำข่าว เจ้าอาวาสอาจถูกปิดล้อมอยู่ภายในกุฏิไปแล้ว เรียกร้องให้คณะสงฆ์และชาวขอนแก่น ร่วมกันใช้มาตรการคว่ำบาตรและจัดการปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น

 

ตนมีแหล่งข่าวที่เป็นนักการพนันและได้รับข้อมูลว่า มีทายาทบางคนเล่นการพนันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 5 จึงเห็นว่าตนได้รับฟังข้อมูลมาจากหลายฝ่ายแล้ว และจากข้อมูลดังกล่าว “ลูกทิพย์” น่าจะมีอยู่จริง แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร และเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เล่นการพนันจนหมดเนื้อหมดตัวก่อนต้องการได้ที่ดินของผู้อื่น ก็น่าจะมีมูล เนื้อหาที่สื่อมวลชนนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เกินไปกว่าข้อมูลที่มีการบอกเล่ากันในพื้นที่ เพราะระหว่างที่ตนลงพื้นที่เกือบ 10 วัน มีชาวบ้านหลายคนให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน หากต้องการฟ้องตนก็ฟ้องมา ตนจะเชิญพยานเหล่านั้นไปเบิกความในศาล และจะถามว่าท่านกล้าพูดหรือกล้ายอมรับหรือไม่ แต่ตนไม่ได้เอ่ยชื่อใคร เพียงบอกว่าเป็นหนึ่งในทายาท 8-9 คน

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#จตุรงค์จงอาษา#ป้าดา#บุกรุก#วัดป่าอดุลยาราม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook