วันที่ 22 เม.ย. 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของน้องสาวสอง (LGBTQ+) คนหนึ่ง ที่ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยเทคนิคซี่โครงในคลินิกแห่งหนึ่งใน จ. นครปฐม
ไม่มีใครควรต้องสูญเสียชีวิตจากความหวังเล็ก ๆ ที่อยากให้ตัวเองดูดีขึ้นแบบนี้เลย ขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัว ตอนนี้ต้องรอฟังคำชี้แจงจากทางคลินิก เพื่อให้ความจริงปรากฏอย่างชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”
ต่อมา เวลา 10.00 น. ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สภ. นครปฐม และได้พบน้องชายของผู้เสียชีวิต ได้สอบถามข้อมูลทราบว่า ผู้เสียชีวิตอายุ 29 ปี ปกติแล้วพี่ทำงานอยู่ออสเตรเลีย แต่ได้กลับมาไทยช่วงสงกรานต์ โดยพี่บอกว่าได้ปรึกษากับหมอทางออนไลน์ ก่อนบินกลับมาไทยเพื่อมาแก้
พี่เดินทางไปพักที่โรงแรมเพื่อแก้จมูกในวันที่ 21 เม.ย. จริง ๆ วันแก้จมูกไม่ใช่วันที่ 21 เม.ย. ทางครอบครัวเลยไม่มั่นใจว่าหมอที่คลินิกได้มีการเลื่อนมาหรือไม่
ต่อมา ทางคลินิกได้โทรหาแฟนของพี่ว่า ตอนนี้พี่ได้ไปรักษาตัวที่ รพ. สนามจันทร์ ถูกส่งต่อมารักษามาด้วยอาการความดันต่ำ สมองขาดออกซิเจน ใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นก็เสียชีวิตช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา
แฟนของผู้เสียชีวิต เผยว่า แฟนกลับมาจากต่างประเทศและได้มาเที่ยวสงกรานต์ที่ จ. เพชรบูรณ์ มาเยี่ยมปู่กับย่าทุกปี หลังจากนั้นแฟนน่าจะมีการนัดกับคลินิกในการแก้จมูก แต่ตนไม่รู้ว่าราคาในการแก้ประมาณเท่าไหร่ แฟนเดินทางไปที่คลินิกก่อนคนเดียว ต่อมาประมาณเที่ยงวันของวันที่ 21 เม.ย. ตนจึงได้ตามมาไป โดยไปพักที่โรงแรม แต่ในช่วงที่รอแฟนผ่าตัด มีสายจากคลินิกโทรมาบอกว่าตอนนี้แฟนได้ไปรักษาตัวอยู่ที่ รพ. สนามจันทร์ แล้ว
ปู่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติหลานเป็นคนนิสัยดี ร่าเริงแจ่มใส และหลานจะกลับมาจากต่างประเทศมาหาตนที่บ้าน และที่ผ่านมาเป็นช่วงสงกรานต์ หลานได้อยู่เล่นสงกรานต์ที่เพชรบูรณ์ จากนั้นหลานก็ได้ไปเที่ยวบ้านน้องชายที่ จ. นนทบุรี เรื่องทำศัลยกรรมปู่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่เสียใจและทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าหลานจะเสียชีวิตแบบนี้ ครอบครัวเสียใจมาก แต่ก็เรียกคืนกลับมาไม่ได้ อยากให้คนที่ทำรับผิดชอบที่หลานต้องเสียชีวิต
พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนได้รับโทรศัพท์จาก รพ. สนามจันทร์ แจ้งว่าลูกอาการไม่ค่อยดี ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ตนรู้แค่ว่าลูกมาทำจมูกที่คลินิกดังกล่าว หลังจากที่ รพ. สนามจันทร์ โทรแจ้ง ตนจึงรีบเดินทางจากพิจิตรมาที่นครปฐมทันที
ต่อมาวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นพ. วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ, พ.ต.อ. อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.นครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองนครปฐม ได้เข้าตรวจสอบกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการเข้ารับบริการในคลินิกศัลยกรรม
พบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ประเภทไม่รับผู้ป่วยค้างคืน และได้ใบรับใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2561 (โดยมีการให้บริการเสริมความงามและผ่าตัดเล็ก) จากการตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลพบว่าเป็นไปตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบปรากฏตามข้อมูลในเวชระเบียนว่า ผู้เสียชีวิตได้เข้ารับบริการผ่าตัดเสริมจมูก เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ให้บริการเป็นแพทย์ผู้ดำเนินการประจำสถานพยาบาล แพทย์ทำการผ่าตัดจนกระทั่งเวลา 20.00 น. อาการไม่ดี แพทย์ให้การรักษาโดยทำ CPR และให้ยา Adrenaline ช่วยชีวิต 5 ครั้ง จนเวลา 20.50 น. ทางคลินิกใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. สถานพยาบาลได้โทรแจ้ง 1669 เวลา 23.40 น. ส่งต่อไป รพ. เอกชนขนาดใหญ่
ในเบื้องต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมได้ตรวจสอบแล้ว เห็นว่าผู้เสียชีวิตได้มารับบริการในคลินิกดังกล่าวจริง และเกิดความผิดปกติระหว่างการรักษาหรือให้บริการนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้รับบริการและการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานของพนักงานสอบสวน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมจะดำเนินการออกคำสั่งให้สถานบริการพยาบาลดังกล่าวปิดทำการชั่วคราว เป็นเวลา 7 วัน ตามอำนาจของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล 2540 มาตรา 50 ต่อไป หากการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จก็สามารถขยายสั่งปิดคลินิกเพิ่มเติมได้อีก
ทั้งนี้ จากเวชระเบียนจะพบว่า มีการช่วยฟื้นคืนชีพตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามปกติแล้วไม่ควรใช้เวลาฟื้นคืนชีพนานขนาดนี้ กว่าจะเรียกรถฉุกเฉินนำตัวส่งโรงพยาบาล คลินิกควรจะนำตัวผู้ป่วยส่งต่อตั้งแต่เริ่มผิดปกติ
นอกจากการตรวจสอบความถูกต้องของใบประกอบวิชาชีพและใบอนุญาตเปิดคลินิกแล้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม จะต้องไปตรวจสอบว่าการผ่าตัดที่วางยาสลบ มีการใช้วิสัญญีแพทย์ที่ถูกต้องหรือไม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ. นครปฐม ได้ทำการเข้าตรวจสอบภายในคลินิกดังกล่าว พบว่ากล้องวงจรปิดภายในคลินิกทั้งหมดหันเข้ากำแพงทุกตัว และเซิร์ฟเวอร์ของกล้องภายในคลินิกหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งพิสูจน์หลักฐาน 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐาน และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีต่อไป
ส่วนเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่มาใช้บริการภายในคลินิกดังกล่าว ทางสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมยังไม่ได้รับแจ้ง วันนี้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้มาดูการตรวจสอบภายในคลินิกด้วย จากนั้นได้ไปรับร่างผู้เสียชีวิตที่ รพ. นครปฐม เพื่อส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ. ศิริราช และมอบให้ญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ. เพชรบูรณ์ ต่อไป