นักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย ได้ออกเปิดเผยเรื่องราวเตือนภัยสำหรับนักศึกษา หลังถูกขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกลวงจนสูญเงินเก็บและเงินครอบครัวรวม 62,800 บาท โดยเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 11.00 น. มีหญิงสาวโทรเข้ามาโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ทั่วไป แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการของค่ายมือถือ โดยสามารถระบุชื่อ-นามสกุล และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของตนได้อย่างแม่นยำ ก่อนแจ้งว่าเลขบัตรประชาชนของตนถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่ จ.ระนอง และถูกใช้ส่งข้อความชักชวนเล่นพนันออนไลน์ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อตนปฏิเสธว่าไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ระนอง ปลายสายจึงอาสาโอนสายต่อให้สายด่วนตำรวจ
จากนั้น มีชายอ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.ระนอง เข้ามารับสายต่อและให้แอดไลน์ ซึ่งใช้รูปโปรไฟล์เป็นตราสัญลักษณ์ สภ.ระนอง เพื่อสอบปากคำผ่านการวิดีโอคอล มิจฉาชีพสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการส่งเอกสารราชการปลอม หน้าสมุดบัญชีธนาคารปลอมที่มีชื่อของตน และภาพหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย โดยกุเรื่องว่าผู้ต้องหาคนหนึ่งซึ่งถูกจับกุมคดีฟอกเงิน ให้การซัดทอดว่าซื้อบัญชีของตนไปใช้ และมีการแบ่งผลประโยชน์ให้ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าเรื่องนี้เป็นความลับทางราชการ ห้ามบอกใครเด็ดขาด มิฉะนั้นคนใกล้ชิดจะมีความผิดไปด้วย
ด้วยความตกใจและกลัวความผิด มิจฉาชีพได้สั่งให้ตนบอกเลขท้ายบัญชีธนาคาร และให้โอนเงินเก็บในบัญชีจำนวน 12,800 บาท ไปให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน จากนั้นอ้างว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอ บังคับให้ตนโทรศัพท์ไปขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยแนะอุบายให้โกหกแม่ว่าต้องใช้เงินเป็นหลักฐานแสดงฐานะทางการเงินเพื่อยื่นทำวีซ่าไปต่างประเทศ ซึ่งแม่หลงเชื่อจึงโอนเงินมาให้ ก่อนที่มิจฉาชีพจะสั่งให้สแกนหน้าโอนเงินก้อนดังกล่าวส่งต่อไปอีกบัญชีเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยสัญญาว่าจะโอนคืนให้ทั้งหมดหลังตรวจเสร็จ
ตลอดเวลาที่เกิดเหตุ มิจฉาชีพสั่งให้ตนเขียนไทม์ไลน์ย้อนหลัง 1 เดือน และบังคับให้เปิดสายโทรศัพท์ทิ้งไว้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง จนกระทั่งช่วงเย็น มิจฉาชีพออกอุบายให้ตนขับรถไปพบตำรวจที่ป้อมสายตรวจหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อรับเงินคืน แต่เมื่อตนเดินเข้าไปหาตำรวจจริง มิจฉาชีพที่อยู่ในสายก็รีบกดวางหูและบล็อกการติดต่อทันที เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อม จึงทราบความจริงว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงแล้ว
เบื้องต้น ผู้เสียหายได้โทรประสานสายด่วน AOC 1441 และแจ้งความออนไลน์เรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่ออายัดบัญชีม้าและเร่งติดตามตัวคนร้าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ในวันเดียวกันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยใน จ.เชียงราย ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ในลักษณะนี้เข้าแจ้งความแล้ว 12–13 ราย จึงขอเตือนภัยไปยังนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์ข่มขู่หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ผ่านทางไลน์อย่างเด็ดขาด หากพบสายโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าวให้ตัดสายทิ้งทันที