มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ยายวัย 90 อ้าง ถูกหลานสาว-หลานเขยหิ้วปีกไล่ออกจากบ้าน เพราะคุณยายไปทวงเงิน 1.5 ล้าน สุดท้ายจำใจขายสมบัติ ได้เงินมาเลี้ยงตัวเองในบั้นปลาย วอนรัฐรับตัวไปอยู่บ้านพักคนชรา


ข่าวด่วน
3 พฤศจิกายน 25685,166
ยายวัย 90 อ้าง ถูกหลานสาว-หลานเขยหิ้วปีกไล่ออกจากบ้าน เพราะคุณยายไปทวงเงิน 1.5 ล้าน สุดท้ายจำใจขายสมบัติ ได้เงินมาเลี้ยงตัวเองในบั้นปลาย วอนรัฐรับตัวไปอยู่บ้านพักคนชรา

คุณยายวัย 90 ปี ที่จังหวัดนนทบุรี ตัดสินใจขายทองรูปพรรณและเข็มขัดนาคที่เหลือติดตัวแล้ว หลังอ้างว่าถูกหลานสาวและหลานเขยไล่ออกจากบ้าน พร้อมวอนหน่วยงานรัฐช่วยรับตัวไปดูแล

จากกรณีผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากคุณยายอายุ 90 ปี หลังอ้างว่าถูกหลานสาว (ลูกของน้องสาว) และหลานเขย หิ้วปีกไล่ออกจากบ้าน ทำให้คุณยายต้องกลับไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเก่าที่สนิทกันเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วเพราะไม่มีที่พักอาศัย โดยไม่คาดคิดว่าหลานสาวและหลานเขยจะทำร้ายจิตใจได้ขนาดนี้

คุณยาย เล่าว่า ในอดีตเป็นชาวนาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่ได้แต่งงานและมีครอบครัว มีพี่น้อง 9 คน เสียชีวิตไปหมดแล้วเหลือเพียงตนคนเดียว ตนได้อาศัยอยู่กับหลานสาวและหลานเขย (นามสมมุติ) ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านไทรม้า โดยตนได้เลี้ยงลูกสาว และลูกชายของทั้งสอง (ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนของตน) ตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั่ง เหลนสาวคนโตเรียนจบเป็นหมอ ส่วนเหลนชาย อยู่ระหว่างเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

ช่วงที่ตนเองยังสาว ได้ยึดอาชีพทำนามาตลอด จนพ่อแม่พี่น้องเสียชีวิตไปหมด ตนจึงมาอยู่กับหลานสาว โดยตนเองมีเงินเก็บอยู่ 3.5 ล้านบาท เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนตั้งใจจะให้เหลนสาวกับเหลนชายคนละ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 1,500,000 บาท ตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต

คุณยาย ได้นำสมุดบัญชีมาให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่า เหลนสาวมียอดเงินฝากรวมทั้งพันธบัตร เป็นจำนวนเงิน 2,500,000 บาท ส่วนเหลนชายมีเงินฝากอยู่ในธนาคาร จำนวน 1 ล้านบาท จริงตามที่คุณยายเล่า โดยคุณยายบอกว่า หลานสาวกับหลานเขยมาบอกว่า ถ้ามีเงินอยู่ในธนาคารเยอะไม่ดีธนาคารจะล้ม ให้ตนถอนเงินออกมาและแปะไว้ที่บัญชีเหลนชายเหลนสาว ตนรักเหลนทั้งสองคน และมีความตั้งใจจะให้เงินดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสมุดบัญชีของตนซึ่งเป็นธนาคารกรุงไทย กับไม่มียอดเงิน 1.5 ล้านบาทที่ตนอยากจะเก็บไว้ ทำไมเงินทั้งหมดจึงไปอยู่ในบัญชีของเหลนสาวและเหลนชาย

เมื่อตนเอ่ยปากทวงถามเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องที่ หลานสาวให้ตนฝากทรัพย์สินที่เป็นทองไว้ แต่ตนไม่ได้ฝาก ทำให้ทั้งสองคนอาจไม่พอใจหาเรื่องไล่ตนออกจากบ้านเมื่อวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 68 ที่ผ่านมา ตนอ้างว่าถูกหลานสาวและหลานเขยหิ้วปีกออกมาจากบ้านและสั่งว่าห้ามกลับเข้ามาที่บ้านหลังนี้อีกไม่เช่นนั้นจะแจ้งตำรวจให้มาจับ ตนต้องออกมาตัวเปล่าไม่รู้จะไปไหน

จนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่า มีเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเก่า ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับหลานเขยและหลานสาวที่หมู่บ้านใหม่ภายในเขตพื้นที่เมืองนนทบุรี ไม่ไกลกันมากนัก ตนจึงเรียกรถแท็กซี่ให้มาส่ง โดยมีทรัพย์สินที่เหลือติดตัวมาคือ สร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท 1 เส้น 1 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือ ทองคำ หนัก 2 บาท 2 เส้น รวมน้ำหนัก 8 บาท เข็มขัดนาคหนัก 10 บาท และชุดสร้อยทองประดับพลอย สร้อยข้อมือประดับพลอย แหวนเพชรประดับพลอยซึ่งเป็นชุดเซตที่ใส่เข้าชุด นำออกมา ส่วนเสื้อผ้ารวมทั้งยาประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นยาความดัน เบาหวาน และเงินสดอีก 100,000 บาท ที่อยู่ในบ้านหลานสาวกับหลานเขย ตนไม่ได้นำออกมาเลย

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 68 ที่บ้านของเพื่อนบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี คุณยาย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเอง ต้องการขายทองรูปพรรณที่มีอยู่ในเวลานี้ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ รวมทั้งเข็มขัดนาคที่หนัก 10 บาท เพราะคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก็บไว้ เนื่องจากตนอายุมากแล้วคงไม่ได้ใส่ จึงอยากจะขายเพื่อนำเงินมาเก็บไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายของชีวิต จะได้ไม่เป็นภาระสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร

ทางผู้สื่อข่าวจึงพร้อมด้วยคนดูแลเพื่อนบ้านของคุณยาย และหลานสาวของเจ้าของบ้าน จึงช่วยกันประคองและพาคุณยายพร้อมด้วย ทรัพย์สินทองรูปพรรณ และ เข็มขัดนาค เดินทางไปยังร้านรับซื้อทองและหลอมทองแห่งหนึ่ง ที่บริเวณหัวถนนท่าน้ำปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยทางเจ้าของร้านซึ่งทราบข่าวเรื่องราวของคุณยายจากทางสื่อ ได้ทำการชั่งน้ำหนักทอง ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทอง รวมทั้งเข็มขัดนาค ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

โดยเข็มขัดนาคหนัก 10 บาท รวมกับทองหนัก 8 บาท ทั้งหมดขายได้เป็นเงิน 651,754 บาท ทางคุณยายจึงได้ตัดสินใจขายทรัพย์สินดังกล่าวให้กับทางร้านและรับเงิน เป็นที่เรียบร้อย และทางคนดูแลรวมทั้งหลานสาวเจ้าของบ้าน จะนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าธนาคารตามจุดประสงค์ของคุณยาย โดยมีผู้สื่อข่าวเป็นสักขีพยาน ซึ่งในวันนี้ คุณยายได้พูดจาขอร้องผู้สื่อข่าวตลอดเวลาว่าให้ช่วยประสานกับทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมารับตัวไปอยู่บ้านพักคนชราเพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนสนิทกัน เนื่องจากเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรง ตนไม่อยากเป็นภาระหรือสร้างความลำบากใจให้กับเพื่อนบ้านรายนี้

 

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#หลาน#ทวงหนี้#คนชรา