วันที่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา พล.ร.ต. กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ (ทร.) กล่าวชี้แจงว่า กองทัพเรือไม่ได้ยื่นข้อเสนอหรือข่มขู่ให้กัมพูชารื้อถอนเขื่อนกันคลื่นที่หลักเขต 73 ซึ่งกองทัพเรือจะติดตามอย่างใกล้ชิด หากผลการปฏิบัติไม่เป็นไปตามความต้องการ จะดําเนินการในขั้นต่อไป
สำหรับเขื่อนกันคลื่น ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องปัจจุบันที่เราใช้อ้างอิงในเรื่องการแบ่งเขตแดนทางทะเล ใช้อนุสัญญาเจนีวา กฎหมายทะเลปี ค.ศ. 1982 ในมาตรา 11 ระบุไว้ว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่อยู่ด้านนอกสุด เชื่อมต่อและแยกไม่ได้ไปจากระบบท่าเรือ ให้ถือได้ว่าเป็นชายฝั่งทะเลได้ และสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงใช้แบ่งทะเลอาณาเขตทางทะเล คือเขตอธิปไตยทางทะเลของรัฐชายฝั่ง
ทั้งนี้ กัมพูชาสร้างเขื่อนกันคลื่นปี 2540 เมื่อเริ่มสร้าง เราก็เข้าใจว่าเป็นเขื่อนกันคลื่น และเมื่อสร้าง รวมทั้งมีโครงสร้างบางส่วนเป็นท่าเรือ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปจ.ชต.) จึงมีการทักท้วงไปยังผู้สร้างซึ่งเป็นเอกชน และมีรีสอร์ทอยู่ด้วย ทั้งนี้ สร้างเสร็จเมื่อ มิ.ย. 41 เราขอให้ยุติการสร้าง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าเรือ ซึ่งทางกัมพูชาโดยเอกชนก็ยุติ แต่ยังดําเนินการในส่วนที่เป็นเขื่อนกันคลื่น โดยสถานะของเขื่อนกันคลื่น ไม่สามารถเรียกได้ว่าเขตของฝั่งทะเลที่จะนํามาใช้อ้างอิงในการแบ่งทะเลอาณาเขตระหว่างประเทศได้
นอกจากขอให้ยุติการสร้างส่วนที่เป็นท่าเรือแล้ว ในปีเดียวกัน ได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือทักท้วงไปยังกัมพูชา และกัมพูชามีหนังสือตอบโต้กลับมาว่า การสร้างเขื่อนกันน้ำไม่ได้ล้ำเขตไทย และไม่มีส่วนใดจะแบ่งทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีป หรือเขตเศรษฐกิจจําเพาะได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ทําหนังสือประท้วงอีกรอบปี 2541
จากนั้นปี 2564 ก็ทําหนังสือทักท้วงไปอีกครั้ง การที่เราดําเนินการเช่นนี้ ป้องกันกรณีกัมพูชานำเรื่องขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เราถือว่าได้คัดค้านและโต้แย้งในสิ่งที่กัมพูชาดําเนินการ เป็นหลักฐานในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย
แม้ว่าปัจจุบันสถานะเขื่อนกันคลื่นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชายฝั่งที่ใช้ในการแบ่งเขตทะเลอาณาเขตได้ แต่ผลกระทบที่ปรากฏในปัจจุบัน ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนแปลง และเป็นไปได้ว่าทับถมตะกอนฝ่ายกัมพูชา กัดเซาะชายฝั่ง เกิดความเปลี่ยนแปลงบ้านหาดเล็ก จ. ตราด เรื่องนี้เราแจ้งข้อห่วงใยมาโดยตลอด แต่สถานะปัจจุบันยังไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางทหาร เราจะใช้กำลังทหารเข้าไปดําเนินการในเรื่องนี้โดยตรงยังไม่เหมาะสม จึงใช้กระบวนการการประท้วงมาโดยตลอด
เพราะฉะนั้น หากเรามองในฐานะปัจจุบัน การที่กัมพูชาเปิดช่องบริเวณนั้น ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่า ในเชิงของอุทกศาสตร์จะทําให้กระบวนการกระแสน้ํา การทับถมตะกอน การกัดเซาะชายฝั่ง ลดลงไปหรือไม่ เราควรจะดําเนินการอย่างไรต่อไป เพราะปัจจุบันเขาเป็นฝ่ายเริ่มกระทําก่อน หากตรวจสอบว่ายังไม่พอเพียงและไม่สอดคล้อง เราก็จะดําเนินการต่อไปตามกระบวนการที่เหมาะสม ซึ่งต้องดําเนินการจากเบาไปหาหนัก
ในปัจจุบัน แม้จะเป็นเขื่อนกันคลื่นก็จริง ในสถานะไม่กระทบโดยตรงต่อการแบ่งทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีป เขตเศรษฐกิจจําเพาะในอนาคตต่อไป ส่วนจะมีผลกระทบทางยุทธศาสตร์อย่างไรนั้น น่าจะเป็นเรื่องการแบ่งเขตทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีปในอนาคต ต้องไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง ว่าเขื่อนกันคลื่นไม่ได้ล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยไทย หากล้ำก็ต้องให้กัมพูชาทําลายส่วนที่ล้ำให้หมดไปจากเขตอธิปไตยของไทย
ที่มา : มติชน