เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณลานอัฐศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม องค์การนิสิต ร่วมกับ สโมสรนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดพิธี “บายศรีสู่ขวัญนิสิตใหม่ รุ่นมฤคมาศ 13” ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเสริมสร้างสิริมงคลและกำลังใจให้แก่นิสิตใหม่ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน
โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ภายในพิธีได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติและบุคคลสำคัญร่วมประกอบพิธีและสร้างบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่
นายธงชัย เฉิดพันธ์ นายกองค์การนิสิต และประธานคณะกรรมการจัดงานฯ เปิดเผยว่า พิธีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับนิสิตใหม่ สานสัมพันธ์ระหว่างนิสิตรุ่นพี่ คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตใหม่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน โดยมีนิสิตจากทุกคณะและวิทยาลัยเข้าร่วมกว่า 5,000 คน
ภายในงานมีขบวนอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมตามแบบแผนอันสง่างาม ประกอบด้วย ริ้วขบวนนางฟ้อน นางรำ ริ้วขบวนอัญเชิญตราโรจนากร ธงมหาวิทยาลัย ธงของ 17 คณะ และ 2 วิทยาลัย ริ้วขบวนอัญเชิญพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก และพานบายศรีจากทุกคณะและวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงชุด “ฟ้อนบายศรีสู่ขวัญ” โดยนิสิตภาควิชาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์
จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก และจุดเทียนชัยยอดบายศรีเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่ คุณพ่อฉลาด ส่งเสริม จะประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญอย่างสมบูรณ์ ต่อด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ร่วมผูกข้อมือรับขวัญนิสิตใหม่
ช่วงค่ำ มีการแสดงดนตรีโดยนิสิตจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ พร้อมศิลปินรับเชิญ อ๊อฟ สุรพล (หมอลำไอดอล) และ แอ้ม ชลธิชา (แกรมมี่โกลด์) ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน สร้างสีสันและความอบอุ่นให้งานอย่างคึกคัก
ไฮไลต์สำคัญ ของงาน คือ การปรากฏตัวของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งขึ้นกล่าวต้อนรับนิสิตใหม่ว่า “ดีใจที่ได้มาพบปะน้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ในฐานะคนอีสานโดยกำเนิด ผมภูมิใจที่ได้มาพบทุกคน ในนามแม่ทัพภาคที่ 2 และทหาร ขอชื่นชมและแสดงความยินดีที่น้อง ๆ ปี 1 รุ่นมฤคมาศ 13 สอบผ่านเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ขอให้ทุกคนมีอุดมการณ์ เป็นคนดีของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นที่พึ่งของบ้านเมือง เสียสละเพื่อประเทศชาติ”
แม่ทัพกล่าวต่อว่า อยากให้นิสิตใหม่ช่วยกันสร้างความรัก ความสามัคคี ไม่มีแบ่งสี เพราะ “ประเทศไทยต้องมีสีเดียว คือ สีธงชาติไทย” พร้อมชวนทุกคนช่วยกันเชิดชูศักดิ์ศรีของชาติ และของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
หลังกล่าวโอวาท แม่ทัพได้ร่วมผูกข้อมือรับขวัญนิสิตใหม่ พร้อมเดินทักทายนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร ซึ่งต่างขอถ่ายภาพและเซลฟี่เป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง
จากนั้นเป็นช่วงถามตอบ นิสิตใหม่เปิดโอกาสซักถามทุกประเด็น คำถามแรกถามถึง “ปราสาทที่มีประเด็นตอนนี้เป็นของใครกันแน่” แม่ทัพตอบทันทีว่า “ปราสาทเป็นของไทย ทหารไทยไม่ยอมแน่นอน ตามที่เป็นข่าว” สร้างเสียงปรบมือโห่ร้องจากนิสิตทั่วลานอัฐศิลป์
แม่ทัพเผยว่า ได้ทราบจากอธิการบดีว่านิสิตมหาสารคามกว่า 95% เป็นคนอีสาน อีก 5% จากภาคอื่น ขอให้ทุกคนช่วยเหลือกัน อย่าทอดทิ้งเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนที่มีปัญหาหรือฐานะยากจน พร้อมย้ำว่า “เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทำความดี สร้างประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้”
นิสิตคนหนึ่งแซวว่า หน้าท่านแม่ทัพคล้าย มนต์แคน แก่นคูน อยากฟังแม่ทัพร้องเพลง แม่ทัพจึงร้องหมอลำให้ฟังหนึ่งท่อน พร้อมพูดติดตลกว่า “พอแล้ว เดี๋ยวทางโน้นตัดเสียงลง TikTok”
คำถามต่อมาถึงสถานการณ์พื้นที่พิพาทตามชายแดน แม่ทัพตอบว่า “เฮาเตรียมการไว้เบิ่ดแล้ว ฝากไปบอกพ่อแม่ญาติพี่น้องให้นอนหลับให้สบาย ใครอยากเบิ่งแม่ทัพ กะเบิ่งคลิปที่บ้านได้เลย แฟนคลับแม่ทัพส่วนใหญ่ 70 ปีขึ้นไป บางคนมาขอถ่ายรูปหน้าจอก็มองไม่เห็น กลับกล้องไม่เป็น น่าฮักซะบ่ได้” พร้อมย้ำว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น กองทัพพร้อมทุกด้าน และสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 3 วันแน่นอน
ปิดท้ายด้วยคำถามเรื่องเสบียงอาหาร หากมีเหตุปะทะ แม่ทัพยืนยันว่า ได้เตรียมการไว้ครบถ้วน ประชาชนยังส่งเสบียงสนับสนุน ถือเป็นกำลังใจให้ทหารทุกนาย ก่อนจะลงจากเวที นิสิตคนหนึ่งสวมกอดแม่ทัพให้กำลังใจ พร้อมแอบหอมแก้มแม่ทัพหนึ่งฟอดใหญ่ สร้างเสียงหัวเราะทั่วทั้งงาน