มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

'ป้าแมว' เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เผยเตรียมวางมือให้ลูกชายบริหารต่อ


ข่าวด่วน
6 ตุลาคม 256984
'ป้าแมว' เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เผยเตรียมวางมือให้ลูกชายบริหารต่อ

ภายหลังจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 'ป้าแมว' เจ้าของศูนย์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองอายุ 65 ปีแล้ว ถือว่าอยู่ในวัยเกษียณ และเตรียมที่จะวางมือ โดยส่งมอบการบริหารงานต่อให้แก่ลูกชาย ซึ่งเรียนจบสายตรงด้านนี้มาจากประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเข้ามาดูแลศูนย์แห่งนี้อย่างเต็มตัว

 

สำหรับผู้ใหญ่หรือหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ ทำให้ตนได้อธิบายถึงเหตุผลในการทำงานทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อฆ่าหรือทารุณคนไข้ แต่ทำไปเพื่อมุ่งหวังให้คนไข้มีอาการดีขึ้น หายเร็วขึ้น และลดความทุกข์ทรมาน

 

ยอมรับว่าคนข้างนอกที่ไม่ใช่ผู้ดูแลอาจจะไม่เข้าใจ ตนเองในฐานะพยาบาลก็มุ่งแก้ปัญหา จึงคิดออกแบบอุปกรณ์ขึ้นมาเพื่อผ่อนผันให้คนไข้ได้นอนโดยไม่ต้องถูกผูกยึด ซึ่งอาจจะดูเกินพอดีไปบ้าง ซึ่งตรงนี้พร้อมยอมรับและปฏิบัติตามคำแนะนำในการปรับปรุงของสาธารณสุขเป็นอย่างดี

 

ภาพจำของคนภายนอกอาจมองว่าสถานพยาบาลเป็นเพียงบ้านพักคนชราที่มานั่งกินข้าว ทำกิจกรรม หรือทำกระทง แต่ศูนย์แห่งนี้เน้นการดูแลทางวิชาชีพที่เข้มข้นกว่านั้น เนื่องจากเจ้าของเป็นพยาบาล ผู้รับบริการจึงคาดหวังผลการรักษา เช่น คนไข้ที่มีแผลขนาดใหญ่ก็ต้องพยายามพลิกตัวทุก 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้แผลหาย หรือบางครั้งต้องใช้ความพยายามในการผูกหรือดึงขาไว้ไม่ให้นอนทับแผล เพื่อให้แผลได้เปิดระบายอากาศ ซึ่งคนภายนอกอาจมองว่าเป็นการดึงหรือรัด แต่หากเป็นผู้ที่อยู่ในสายอาชีพเดียวกันหรือเคยดูแลญาติป่วยติดเตียงก็จะเข้าใจ ซึ่งตนทำงานตามมาตรฐานมา 30 ปี มีผลงานและญาติเชื่อมั่น

 

ตนเองทำงานพยาบาลมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี ไต่เต้าตั้งแต่พยาบาลปี 1 เคยทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนจะลาออกจากราชการไปทำโรงพยาบาลเอกชน และมาเปิดศูนย์แห่งนี้ ซึ่งเปิดมานานกว่า 30 ปีแล้ว ทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปนกัน เช่นเดียวกับข่าวพยาบาลหรือหมอที่ปรากฏในสื่อ แต่ศูนย์ก็ยังต้องดำเนินงานดูแลคนไข้ต่อไป

 

สิ่งที่ยืนยันถึงมาตรฐานการดูแล คือการที่ญาติไว้วางใจนำผู้ป่วยมาฝากดูแลยาวนานถึง 17-18 ปี จนผู้ป่วยบางรายที่เคยเป็นอัมพาตนั่งรถเข็น ก็อยู่ร่วมกันจนผูกพันเหมือนลูกหลาน และมีการแนะนำบอกต่อปากต่อปากให้ครอบครัวอื่นส่งผู้ป่วยมารักษา เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งญาติทุกคนต่างก็ต้องสืบประวัติและตรวจสอบความแน่ใจก่อนส่งมาทั้งสิ้น

 

ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องการติดตั้งลวดหนามและกรงเหล็กภายในศูนย์นั้น คุณแมวอธิบายว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนของผู้ป่วยกลุ่มหนุ่มสาวที่มีอาการทางจิตหรือติดยาเสพติด ซึ่งมีกำลังมาก และอาจพยายามหนี หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่และผู้ดูแล เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่คุ้นเคยกับการอยู่ภายใต้กฎระเบียบหรือการบังคับให้ทานยาเหมือนตอนอยู่บ้าน จึงต้องสร้างสถานที่ให้อยู่มิดชิดแน่นหนา เพื่อแยกตัวผู้ป่วย ป้องกันไม่ให้ทำร้ายกันเอง และป้องกันไม่ให้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งพ่อแม่ของผู้ป่วยเองก็ต้องการให้ลูกอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเช่นกัน โดยผู้ป่วยในกลุ่มนี้บางครั้งอาจมีอาการหูแว่วแทรกซ้อนระหว่างการรักษาได้

 

ส่วนเรื่องเตียงและการผูกยึด คุณแมวระบุว่า ตามหลักการผูกยึดผู้ป่วยที่เรียนมา จะต้องผูกให้สามารถสอดมือเข้าไปได้เพื่อไม่ให้ขัดการไหลเวียนของเลือด แต่ผู้ป่วยจริงมักจะไม่สู้อยู่เฉย มีการดึงรั้งตลอดทั้งวันจนมือบวมหรือถลอก การจ้างผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงก็ทำได้ยากเพราะเป็นงานหนัก เจ้าหน้าที่มักจะทนไม่ไหวและหนีงาน

 

ตนจึงได้คิดออกแบบเตียงเพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ตกเตียง และลดการพันธนาการผูกรัด เพื่อให้คนไข้ได้สบายตัวมากขึ้น โดยยืนยันว่าเตียงไม่ได้แนบชิดหรือแคบเกินไปจนอึดอัด เพราะได้มีการวัดขนาดให้เหมาะสมกับผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่มีรูปร่างผอม ส่วนผู้ป่วยชายหนุ่มก็นำไปทำเป็นเตียงทรงสูงเพื่อความปลอดภัย ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้ผู้ป่วยตกเตียงแล้วค่อยมาแก้ไขภายหลัง


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ#ป้าแมว#ลูกชาย#โหนกระแส