วันที่ 17 ก.ย. 2569 เวลา 14.30 น. นางโสภา มีสัมฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง จ. สมุทรปราการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอพระประแดง เดินไปที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เพื่อพบหญิง อายุ 72 ปี อาชีพเข็นรถขายขนมปัง ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังเนื่องจากสามีเสียชีวิตไปนานเกือบ 10 ปีแล้ว
สืบเนื่องจากโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพใบหน้าของอาม่า ที่บริเวณเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง และจมูกมีรอยเขียวฟกช้ำ ชาวบ้านที่พบเห็นจึงตั้งคำถามว่าอาม่าถูกทำร้ายหรือไม่ พร้อมวอนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตรวจสอบเพื่อหาทางช่วยเหลือ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจเยี่ยม พบว่าใบหน้าของอาม่ามีร่องรอยเขียวฟกช้ำจริง จึงได้สอบถามว่าไปโดนอะไรมา มาม่าตอบว่าล้มขณะเข็นรถไปขายของ บริเวณทางเท้าที่สามแยกพระประแดง ซึ่งอาม่าเดินลากรถเข็น ตัวอาม่าอยู่ด้านหน้า ส่วนรถเข็นอยู่ด้านหลัง เมื่อมาถึงทางเท้าจุดที่อาม่าล้ม อาม่าได้เดินสะดุดก้อนหิน จึงล้มหน้าฟาดไปกับพื้นทางเท้า เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.30 น.
ก่อนหน้านี้ ทางเทศบาลเมืองลัดหลวงได้ช่วยดูแลอาม่ามาตลอด เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุในพื้นที่ และอาม่าอยู่ลำพังเพียง เคยมีญาติมาชวนไปอยู่ด้วย แต่อาม่าก็ไม่ยอมไปเพราะเกรงใจและไม่อยากเป็นภาระให้กับญาติ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านในตึกคอยดูแล คอยช่วยเหลือมาตลอด
ขณะที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนายกเทศบาลเมืองลัดหลวง ได้พูดคุยกับอาม่าว่า ช่วงนี้ยังไม่ให้ออกไปขายของไกล ๆและได้ประสานหาที่ขายของให้อาม่า ซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าอะพาร์ตเมนต์ เพราะห่วงสุขภาพและเกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เนื่องจากอาม่ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ทางแพทย์จึงมีความเห็นให้อาม่าพักผ่อนเป็นเวลา 15 วัน
หญิง อายุ 42 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า อาม่าน่าจะเป็นคนแถวนี้ เพราะตนเองเห็นตั้งแต่ตอนที่ตนยังเด็กอยู่ ซึ่งทุกครั้งที่เจอกันก็จะทักทายกันเป็นปกติ เพราะอาม่าอัธยาศัยดี อาม่ามีอาชีพขายของ มีรถเข็นที่ใช้สำหรับลากติดตัวอยู่หนึ่งคัน ใช้สำหรับเข็นขนมปังขาย โดยก่อนหน้านี้อาม่าเดินได้แบบคนปกติทั่วไป แต่มาระยะหลังคาดว่าน่าจะอายุเริ่มเยอะขึ้น จึงเดินหลังงอ และอาศัยอยู่เพียงลำพังเพราะสามีเสียไปนานแล้ว แต่มีญาติพี่น้องอยู่ที่ จ. ภูเก็ต และย่านราษฎร์บูรณะ โดยห้องพักที่อาม่าอาศัยอยู่เป็นของหลาน
ส่วนใบหน้าที่เห็นมีรอยฟกช้ำ อาม่าบอกว่าได้หกล้มตอนลงจากรถเมล์ คาดว่าน่าจะสะดุดก้อนหิน จึงทำให้หน้าคะมำลงพื้นถนน ซึ่งอาม่าก็ร้องขอให้คนมาช่วยแต่ไม่มีใครมาช่วย แต่มีคนขับรถผ่านมาคงเห็นอาม่าได้รับบาดเจ็บ จึงขับรถมาส่งที่บ้าน จากนั้นตนได้ไปเห็นภาพของอาม่าปรากฏอยู่ในโซเชียล จึงทำให้ตกใจมาก วันนี้จึงตั้งใจมาดูอาม่า แล้วก็มาเจอพี่ ๆ นักข่าวและเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยเหลือ
ส่วนตัวอาม่า ได้ยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณทุกคน ทั้งแพทย์และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือด้วยความใจดี อาม่ารู้สึกซาบซึ้งใจที่มีคนใจดีเข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก พร้อมยืนยันว่า บาดแผลเกิดจากอุบัติเหตุล้มเอง โดยล้มสะดุดลื่นเนื่องจากรองเท้าไม่มีจุกยางกันลื่น ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บ แพทย์ระบุว่าไม่เป็นอะไรมาก ให้รับประทานยาอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องทายาอะไรอื่น ๆ วันนี้นายกฯ และเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและช่วยอุดหนุนการขายขนม ปกติใช้เวลาขายของเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงเย็น หากไม่มีคนซื้อแล้วจึงนั่งพัก ในช่วงท้ายอาม่ายังได้พูดติดตลกว่า “ไม่อยากเป็นข่าวลงสื่อ เพราะกลัวเจ้าหนี้เห็นแล้วจะตามมาทวงหนี้”
ด้านนางโสภา มีสัมฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง กล่าวว่า ได้เจออาม่า ก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ความจำดี พูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว อาม่ายืนยันด้วยตนเอง รวมถึงแพทย์จาก รพ. บางจาก สรุปตรงกันว่า บาดแผลเกิดจากอุบัติเหตุล้มเอง ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย โดยล้มบริเวณทางแยกไฟแดงช่วงกลางคืน เนื่องจากเป็นจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าและค่อนข้างมืด
สำหรับตนไม่อยากให้อาม่าไปขายของช่วงนี้ ไม่ให้เดินข้ามถนน หรือเดินทางไปขายของไกล ๆ เพื่อความปลอดภัย อยากจะขอบคุณเพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลอาม่าเป็นอย่างดี ทางหน่วยงานได้จัดให้อาม่าอยู่ขายขนมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอะพาร์ตเมนต์เป็นเวลา 7 วัน หากขายดีจะได้ไม่ต้องเดินทางไปไหน เทศบาลจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยอุดหนุนขนม ซึ่งขนมของอาม่ามีคุณภาพ สะอาด แพ็กเกจสวยงาม เป็นขนมปังสด ขายหมดวันต่อวัน