จากกรณี นักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นรายหนึ่งออกมาโพสต์ผ่านโซเชียล เล่าประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งภายในสาขาที่กำลังศึกษาอยู่ พร้อมกล่าวอ้างว่า ถูกเพื่อนร่วมสาขาพูดแขวะ นินทา ใช้ถ้อยคำรุนแรง กล่าวหาในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยังเล่าว่าเคยถูกกีดกันจากกิจกรรม และถูกนำออกจากกลุ่มสนทนาของสาขา ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้แจ้งข้อมูลเอกสาร และรายละเอียดด้านการศึกษา โดยกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ผลการเรียนตก ต้องลงทะเบียนเรียนแก้ และใช้เวลาเรียนเพิ่มขึ้น เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ที่ผ่านมาเลือกที่จะเงียบและหายไปจากโซเชียล เพื่อพยายามเยียวยาสภาพจิตใจของตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับรู้สึกว่าปัญหาไม่ได้จบลง และอาจเกิดขึ้นกับคนอื่นได้อีก จึงตัดสินใจออกมาพูด
ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ ( 31 ก.ค.69 ) รองศาสตราจารย์ ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “สารจากคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 3 เรื่อง รายงานสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรังแกและกลั่นแกล้งนักศึกษาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เรียน คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์การรังแกและกลั่นแกล้ง (Bullying) ระหว่างนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมากนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์มิได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ระหว่างวันที่ 13–27 ก.ค.69 โดยรวบรวมคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง พยานบุคคล เอกสาร ข้อความสนทนา และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ผลการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เป็นการรวบรวมเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างกันตลอดระยะเวลาการศึกษา (4 ปี) มิใช่เหตุการณ์เดียวหรือเกิดขึ้นกับคู่กรณีเพียงคนเดียว แต่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาหลายฝ่าย โดยแต่ละเหตุการณ์มีบริบท สาเหตุ และรายละเอียดแตกต่างกัน
ในบางเหตุการณ์พบว่าผู้เกี่ยวข้องฝ่ายหนึ่งได้รับผลกระทบจากการกระทำหรือการสื่อสารของอีกฝ่าย ขณะที่บางเหตุการณ์พบว่าผู้เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งฝ่ายต่างได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมและการสื่อสารระหว่างกัน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องมีทั้งส่วนที่สอดคล้องกันและส่วนที่แตกต่างหรือขัดแย้งกัน จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละเหตุการณ์แยกจากกันอย่างรอบคอบ ซึ่งการกระทำของแต่ละฝ่ายต้องพิจารณาแยกกัน และการที่ฝ่ายหนึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มิได้เป็นเหตุให้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอีกฝ่ายได้รับการยกเว้น
จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ในชั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีเจตนาร่วมกันรังแกและกลั่นแกล้งนักศึกษาผู้ร้องอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบพบว่ามีความขัดแย้งระหว่างบุคคล และการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการกระทบกระทั่งระหว่างนักศึกษาหลายฝ่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในบางเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้องได้มีการพูดคุย ปรับความเข้าใจ หรือกล่าวขอโทษกันแล้ว ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์
จากการสรุปข้อเท็จจริง พบว่าเหตุการณ์สำคัญประการหนึ่งซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและการเผยแพร่ข้อมูล คือ การใช้ข้อความในลักษณะส่อเสียดและการนำนักศึกษาผู้ร้องออกจากกลุ่มไลน์สนทนาของรุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่นักศึกษาในรุ่นมีข้อตกลงร่วมกันในการจัดเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อใช้สำหรับจัดกิจกรรมเลี้ยงน้องในช่วงงานพระราชทานปริญญาบัตรของรุ่น ภายหลังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับจำนวนเงินและเงื่อนไขการสมทบค่าใช้จ่ายของรุ่น ทำให้สมาชิกบางส่วนเกิดความไม่พอใจ มีการใช้ข้อความในลักษณะส่อเสียด และมีการนำนักศึกษาผู้ร้องออกจากกลุ่มไลน์สนทนาของรุ่น และจากหลักฐานที่ปรากฏ สามารถสรุปได้ว่า พบพฤติกรรมที่เข้าลักษณะการรังแกทางวาจาหรือทางสังคม
สำหรับเหตุการณ์อื่นๆ ที่มีการอ้างถึง ได้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่มีการกล่าวอ้างแล้ว แต่เนื่องจากมีรายละเอียด เอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จึงขอสรุปผลการตรวจสอบในภาพรวม ดังนี้
ประเด็นที่มีข้อเท็จจริงสนับสนุนบางส่วน ได้แก่ การใช้ข้อความในลักษณะส่อเสียด การนำผู้ร้องออกจากกลุ่มไลน์สนทนาของรุ่น การสื่อสารที่นำไปสู่การกีดกันทางสังคม และการสร้างความเข้าใจในทางลบต่อบุคคลอื่น
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับการเดินชนและการไม่ได้รับข้าวกล่อง ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อรังแกหรือกลั่นแกล้ง ขณะที่เหตุการณ์เกี่ยวกับการฝึกงาน อุบัติเหตุ ค่าใช้จ่าย และการสนทนาระหว่างเพื่อน มีจุดเริ่มต้นจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมระหว่างบุคคล
สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย จากการตรวจสอบพบว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรได้ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านการเรียน การวางแผนการศึกษา และการขอรับทุนการศึกษา และนักศึกษาได้รับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเมื่อพบว่านักศึกษามีภาวะที่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ได้มีการประสานส่งต่อเพื่อเข้ารับคำปรึกษาและการดูแลจากนักจิตวิทยาประจำคณะตามความเหมาะสม
แม้คณะได้ให้การช่วยเหลือด้านการเรียนและสุขภาพจิตแล้ว แต่ยอมรับว่าระบบในขณะนั้นยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อประเมินและจัดการปัญหาในภาพรวมได้อย่างทันท่วงที คณะจึงจะนำข้อเท็จจริงและบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปทบทวนกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน การติดตามช่วยเหลือนักศึกษา ระบบส่งต่อข้อมูล การติดตามผล และระยะเวลาตอบสนองต่อข้อร้องเรียนแต่ละระดับให้ชัดเจน รวมถึงการจัดการความขัดแย้ง การเก็บเงินกิจกรรมของนักศึกษา ตลอดจนมาตรการป้องกันการรังแกและกลั่นแกล้งให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
คณะให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของกันและกัน ส่งเสริมการช่วยเหลือเกื้อกูล และไม่สนับสนุนพฤติกรรมใดที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ ชื่อเสียง สิทธิ หรือความเป็นอยู่ของผู้อื่น และ คณะยืนยันว่าการใช้ถ้อยคำส่อเสียด การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการกีดกันทางสังคมเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นที่ยอมรับ และจะตรวจสอบและทบทวนแนวปฏิบัติการจัดเก็บเงินกิจกรรมของนักศึกษาเพื่อให้เป็นไปโดยสมัครใจ โปร่งใส และไม่กระทบสิทธิของผู้ไม่เข้าร่วม
จากรายงานสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฉบับนี้ จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษาประจำคณะ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับและระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่อไป”