มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

แม่ค้าปลาสลิด ชีวิตพัง! ถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเเรียกรับเงิน ต้องวิ่งร้องเรียน-ต่อสู้คดีจนหมดตัว


ข่าวโซเชียล
24 กันยายน 2569647
แม่ค้าปลาสลิด ชีวิตพัง! ถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเเรียกรับเงิน ต้องวิ่งร้องเรียน-ต่อสู้คดีจนหมดตัว

แม่ค้าปลาสลิด ชีวิตพัง! ถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเรียกรับเงิน ต้องวิ่งร้องเรียน-ต่อสู้คดี  ผลสอบวินัยไล่ออกจากราชการ แต่ยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาใด ๆ

 

รายการโหนกระแสวันนี้ (24 ก.ย. 2569) พูดคุยเรื่องราวของผู้หญิงสองท่านที่เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนกระทั่งมาร้องเรียนกับ ดร. ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ปัญหายังไม่จบ เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา

 

ผู้ร่วมรายการในวันนั้นประกอบด้วย คุณแอม และคุณดรีม ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ร่วมด้วย ดร. ธนกฤต, คุณคุณปอง ทีมงานธนกฤตจิตอาสา, ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์  และทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

 

ในช่วงเริ่มต้นรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้สังเกตเห็นคุณแอมถอนหายใจและสะอื้นร้องไห้ เมื่อสอบถาม คุณแอมกล่าวว่าตนเองต้องต่อสู้เพียงลำพังมาหลายปี

 

คุณแอมได้เล่าจุดเริ่มต้นของเรื่องราวว่า ย้อนไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2565 เธอตั้งใจจะเดินทางไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ แต่เกิดหลงทางและได้แวะพักที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลไม้งาม อำเภอเมือง จังหวัดตาก จึงได้พบกับหญิงสูงอายุซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน คุณแอมได้ตกลงซื้อที่ดินรกร้างแปลงแรกขนาด 2 ไร่ ในราคา 200,000 กว่าบาท ต่อมา เจ้าของที่ดินอ้างว่ากำลังประสบปัญหาเดือดร้อนและขอร้องให้ช่วยซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงเพิ่ม คุณแอมจึงตัดสินใจช่วยซื้อที่ดินขนาด 6 ไร่ 3 งานกว่า ๆ เพิ่มอีก ในราคา 450,000 บาท รวมเป็น 8 ไร่ 3 งาน ในราคารวมทั้งสิ้น 650,000 บาท

 

เมื่อคุณแอมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงเดินทางไปติดต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดตาก เพื่อหาช่องทางบอกขายที่ดิน ณ ที่นั้น เธอได้พบกับเจ้าหน้าที่ชายระดับชำนาญการ (นามสมมติว่า นายต้วมเตี้ยม) นายต้วมเตี้ยมได้ให้คำแนะนำว่า ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี การขายที่ดินผืนใหญ่มันหาคนมีทุนยาก พร้อมแนะนำให้แบ่งซอยที่ดินแปลง 2 ไร่ (800 ตารางวา) ออกเป็น 4 แปลงย่อย แปลงละประมาณ 200 ตารางวา คุณแอมจึงนำที่ดิน 4 แปลงย่อยไปโพสต์ประกาศขาย โดยตั้งราคาไว้แปลงละ 220,000 บาท ต่อมามีผู้ซื้อติดต่อเข้ามา 3 ราย รายแรกซื้อแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 คู่กันในราคาเหมา 300,000 กว่าบาท รายที่สองคือ คุณดรีม ซึ่งตกลงซื้อแปลงที่ 3 แบบผ่อนชำระรวมเป็นเงิน 350,000 บาท และรายที่สามซื้อแปลงที่ 4 ในราคา 140,000 บาท โดยที่ดินทั้ง 4 แปลงนี้ ได้รับการรังวัด ออกโฉนด และโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อเรียบร้อยแล้วที่สำนักงานที่ดิน

 

เนื่องจากลักษณะรูปแปลงที่ดินเป็นเส้นลึกยาว จึงจำเป็นต้องจัดทำถนนตรงกลางระหว่างที่แปลงนี้กับแปลง 6 ไร่ 3 งาน เพื่อเปิดเป็นทางสาธารณะให้ที่ดินทั้ง 4 แปลงย่อยเข้าออกได้ นายต้วมเตี้ยมอ้างว่าจะอาสาดูแลเรื่องรังวัดทำถนนให้ เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดค่าเดินทาง เนื่องจากคุณแอมอาศัยอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนคุณดรีมอาศัยอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งคุณดรีมแจ้งความประสงค์ขอขยายความกว้างถนนเป็น 3.5 เมตร เพื่อความสะดวกในการสัญจรและการทำเกษตร โดนจะช่วยออกเงิน นายต้วมเตี้ยมจึงได้เรียกเก็บเงินค่ารังวัดถนนจำนวน 22,000 บาท แต่ไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ นอกจากนี้ ในวันโอนกรรมสิทธิ์ย่อย นายต้วมเตี้ยมยังได้เรียกเก็บเงินสดต่างหากอีกแปลงละ 2,000 บาท (เก็บจากคุณแอม 6,000 บาทสำหรับ 3 แปลง) โดยอ้างว่าหัวหน้าเรียกเก็บเพื่ออำนวยความสะดวกในการรังวัด แต่เมื่อถึงวันนัดหมายรังวัดตามใบลงทะเบียนรังวัด เจ้าหน้าที่รังวัดกลับไม่มาตามนัด เมื่อเดินทางไปสอบถามที่สำนักงานที่ดิน นายต้วมเตี้ยมอ้างเพียงว่า “รังวัดมันลืม” และจะจัดทำใบคำร้องเพื่อออกรังวัดให้ใหม่ในวันหลัง ทำให้คุณแอมเกิดความไม่พอใจอย่างมากและได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่

 

ต่อมา คุณดรีมได้เห็นข่าวเจ้าหน้าที่รังวัดถูกจับกุมข้อหาเรียกรับเงิน จึงเริ่มส่งข่าวให้คุณแอมดู และเกิดความสงสัยว่าจะโดนโกงเงินค่ารังวัด 22,000 บาท คุณแอมได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่สำนักงานที่ดินตาก ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำให้เข้ามาเขียนใบคำร้องขอตรวจสอบทุจริต คุณแอมจึงเริ่มรวบรวมหลักฐาน แต่เงิน 2,000 บาทต่อแปลงที่จ่ายไปนั้น เป็นการมอบเงินสดบนโต๊ะ จึงไม่มีใบเสร็จ

 

ในช่วงแรก คุณแอมยังคงปักใจเชื่อว่านายต้วมเตี้ยมเป็นคนดี ถึงขั้นทะเลาะกับคุณดรีมที่ไปต่อว่านายต้วมเตี้ยม และบอกว่าจะขายที่ดินเพื่อนำเงิน 300,000 กว่าบาทมาคืนคุณดรีมเพื่อตัดปัญหา

 

เมื่อคุณแอมนำเรื่องจะขายที่ดินแปลง 6 ไร่ 3 งาน ไปปรึกษานายต้วมเตี้ยม นายต้วมเตี้ยมกลับสร้างอุบายใหม่โดยแนะนำให้ทำโครงการจัดสรรขนาดจิ๋ว ซอยเป็น 33 แปลงย่อย แล้วให้คุณแอมไปไถและถมปรับพื้นที่ จากนั้น นายต้วมเตี้ยมได้หลอกลวงว่า การขอใบอนุญาตจัดสรรผ่านระดับอำเภอและจังหวัดจะต้องเตรียมเงินไว้ถึง 3,000,000 บาท ซึ่งคุณแอมที่ไม่รู้กฎหมายและเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงหลงเชื่อ

 

นอกจากเรื่องค่าใบอนุญาตจัดสรรแล้ว นายต้วมเตี้ยมยังหลอกลวงคุณแอมเพิ่มเติมว่า ระบบดาวเทียมของกรมธนารักษ์ตรวจพบว่าคุณแอมเพิ่งไปปรับไถถมพื้นที่ดิน ทำให้ราคาประเมินถูกปรับขึ้นเป็นตารางวาละ 450 บาท และระบบแจ้งว่าต้องเสียภาษีประเมินเพิ่มเป็นเงินแสนกว่าบาท คุณแอมตกใจและกลัวสามีทราบเรื่อง นายต้วมเตี้ยมจึงแสร้งทำเป็นช่วยเหลืออาสาไปเจรจาให้ แล้วแจ้งว่าสามารถลดลงเหลือประมาณ 60,000 บาท ทำให้คุณแอมยินยอมจ่ายเงินสดอีก 60,000 บาทไปให้แก่นายต้วมเตี้ยม

 

เมื่อคุณแอมขอหลักฐานเพื่อนำไปยืนยันกับสามี นายต้วมเตี้ยมได้พาไปกดบัตรคิวพิมพ์เอกสารใบราคาประเมินจากระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมให้นำไปให้หัวหน้าสำนักงานที่ดินเซ็นรับรอง ทั้งนี้ การตรวจสอบในภายหลังพบว่า เอกสารราคาประเมินดังกล่าวเป็นเอกสารที่ถูกทำขึ้นมาเองโดยนายต้วมเตี้ยม และเมื่อมีการตรวจสอบราคาประเมินในระบบออนไลน์จริง พบว่าราคาประเมินต่อตารางวาลดลงจากเดิม 240 บาท เหลือเพียง 150 บาท นอกจากนี้ นายต้วมเตี้ยมยังเรียกเก็บภาษีผู้ขายซ้ำซ้อนอีกผืนละ 6,000 บาท โดยเป็นการเก็บเงินสดโดยไม่มีใบเสร็จ

 

ความสงสัยของคุณดรีมนำไปสู่การร้องเรียนขอตรวจสอบพฤติกรรมทุจริต เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าเรียกไปสอบถาม นายต้วมเตี้ยมจึงยอมรับผิดและคืนเงิน 60,000 บาทให้คุณแอม นอกจากนี้ หัวหน้าเองยังบอกว่านายต้วมเตี้ยมเคยทำลักษณะนี้มาแล้ว แต่หัวหน้าให้โอกาสเพราะเห็นว่ามีครอบครัว

 

จุดพลิกผันที่ร้ายแรงที่สุดก็เกิดขึ้น เมื่อที่ดินซึ่งเคยออกโฉนด ผ่านการจัดสรร จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ณ สำนักงานที่ดิน กลับถูกระบุว่าเป็นที่ดินในเขตป่าไม้ถาวร ส่งผลให้สัญญาซื้อขายทั้งหมดต้องถูกบอกเลิก และไม่สามารถนำที่ดินไปทำประโยชน์หรือทำการซื้อขายได้อีกเลย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณแอมเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งกลับพูดจาซ้ำเติมว่า “มีที่ดินเก็บไว้ทำไมเยอะแยะ ทำไมไม่ไปทำมาหากิน จะได้ไม่ต้องมาแหกปากโวยวาย”

 

ก่อนหน้านี้ ดร. ธนกฤต ได้เคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ กระทั่งมีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รายนี้ไปแล้ว ในระหว่างกระบวนการ ได้มีความพยายามไกล่เกลี่ยโดยเสนอเงินสด 3,000,000 บาท พร้อมที่ดินในจังหวัดตากอีก 10-20 ไร่ ให้แก่คุณแอม เพื่อแลกกับการจบเรื่อง แต่คุณแอมปฏิเสธที่จะรับเงินและที่ดินดังกล่าว เพราะนายต้วมเตี้ยมพูดในทำนองว่า “จะไปถอนทุนคืนกับไอ้พวกนี้” ซึ่งพูดในสำนักงาน และเมื่อคุณแอมหันไปมอง ไอ้พวกนี้ที่หมายถึงก็คือชาวบ้านที่มารอโอนที่ให้ลูกให้หลาน ทำให้คุณแอมนึกถึงปู่ย่าตายาย ไม่อยากให้ใครต้องมาโดนเหมือนตนเองอีก

 

ผลกระทบในครั้งนี้ทำให้คุณแอมต้องสูญเสียเงินสดรวมกว่า 400,000 บาท อีกทั้งยังต้องสูญเสียอาชีพ ทั้งร้านหมูกระทะและจิ้มจุ่มที่ต้องปิดตัวลง เนื่องจากถูกตามข่มขู่ แล้วต้องเดินทางไปให้การเกี่ยวกับคดี รวมถึงธุรกิจปลาสลิดแ

 

ดร. ธนกฤต เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเข้ามารับเรื่องนี้เกิดจากการที่คุณดรีม ได้ส่งข้อความพร้อมรูปภาพป้ายสีแดงที่มีข้อความว่า “ลาก่อน หมดตัวแล้ว สู้ไม่ไหว” เข้ามาในเฟซบุ๊ก เมื่อเห็นว่าอาจมีการทำร้ายตัวเอง จึงสั่งการให้คุณปองเร่งตรวจสอบและติดต่อพาตัวคุณดรีมมาพบ เมื่อคุณดรีมมาพบก็ได้เล่าว่าตนเองประสบปัญหาถูกเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินหลอกลวงเอาเงินไป ซึ่งเมื่อนัดมาพบ ปรากฏว่าคุณแอมมาด้วย มาขอบคุณที่เคยช่วยเหลือในครั้งแรก ซึ่งในครั้งนั้นตนได้ประสานงานไปยังกรมที่ดิน และประสานงานไปยัง ป.ป.ท. ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการทุจริตจนมีความคืบหน้าไปแล้วระดับหนึ่ง ดร. ธนกฤต ได้สอบถามจนทราบความเชื่อมโยงว่า คุณแอมเป็นผู้ขายที่ดินให้แก่คุณดรีม

 

หลังจากมีการจัดแถลงข่าวร่วมกับสื่อมวลชนหลายช่อง คุณแอมได้เล่าเพิ่มเติมว่า เคยนำเรื่องไปร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ และมีผู้แนะนำให้เธอไปกระโดดสะพานเพื่อสร้างข่าวเรียกร้องความสนใจ ซึ่ง ดร. ธนกฤต มองว่าเป็นคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง

 

ในประเด็นความคืบหน้าทางคดี ดร. ธนกฤต ระบุว่า ผลการสอบสวนทางวินัยของนายต้วมเตี้ยม ผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้มีคำสั่งลงโทษไล่นายต้วมเตี้ยมออกจากราชการแล้ว อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินยังปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหาย โดยอ้างว่าเป็นเรื่องความผิดส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ แต่ ดร. ธนกฤต มองว่านายต้วมเตี้ยมกระทำความผิดในขณะปฏิบัติหน้าที่ และกระทำภายในสำนักงานที่ดิน จึงตั้งใจจะพาผู้เสียหายฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนหรือทบทวนคำสั่งดังกล่าว พร้อมทั้งมอบหมายให้คุณปองนำผู้เสียหายไปติดตามเร่งรัดเรื่องที่ค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. และพาไปแจ้งความเรื่องถูกข่มขู่ที่กระทรวงยุติธรรมเพิ่มเติม

 

คุณแอมต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจ่ายเงินเยียวยา เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่เธอสูญเสียไป ทั้งในการเดินทาง ค่าน้ำมันในการร้องเรียน นอกจากนี้ ความเสียหายจากการถูกหลอกลวงยังกระทบต่อชีวิตส่วนตัว กิจการร้านหมูกระทะที่ไปปิดแล้วก็ยังค้างชำระอยู่หลายหมื่นบาท

 

ทนายตุ๋ยและทนายแก้ว ได้ชี้แจงรายละเอียดคำสั่งไล่ออกจากราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดตากว่า นายต้วมเตี้ยมถูกลงโทษไล่ออกจากการเรียกรับสินบน ทั้งค่ารังวัด ค่าสำรวจ และค่าทำถนน รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 336,000 กว่าบาท ส่วนกรณีที่นายต้วมเตี้ยมอุปโลกน์หลอกลวงให้คุณแอมทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรนั้น ถือเป็นการหลอกลวงให้หลงเชื่อไปพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเป็นความผิดอีกข้อหาหนึ่งที่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแยกต่างหาก

 

แต่ทั้งทนายตุ๋ยและทนายแก้วมีความเห็นตรงกันว่า คุณแอมมีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการฟ้องร้องให้หน่วยงานรัฐรับผิดชอบ โดยตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในสำนักงานที่ดิน

 

ทนายตุ๋ยให้มุมมองว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นการสร้างความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ ซึ่งรัฐต้องเข้ามารับผิดชอบตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนกรณีประเด็นคำสั่งทางปกครองที่ ดร. ธนกฤตระบุไว้ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองควบคู่กันไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องเขตอำนาจศาลที่แยกออกจากกัน ทนายแก้วยังได้กล่าวเสริมว่า พฤติการณ์เรียกรับเงินถือเป็นความผิดแยกเป็นกรรม ๆ หากการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. มีความล่าช้า ซึ่งตามกฎหมาย ป.ป.ช. มีกรอบระยะเวลาพิจารณา 2 ปี และขยายได้อีก 1 ปี รวมเต็มที่ 3 ปี หาก ป.ป.ช. ดำเนินการล่าช้า ประชาชนก็มีสิทธิ์ดึงเรื่องกลับมาแจ้งความหรือยื่นฟ้องคดีต่อศาลเองได้


 

หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งข้อสงสัยในประเด็นที่ดินส่วนบุคคลกลายเป็นที่ดินป่าไม้ ทนายตุ๋ย, ทนายแก้ว และคุณปอง ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้องไปตรวจสอบต้นทางว่าโฉนดเดิมออกมาระบุอย่างไร และย้อนดูประวัติการซื้อขาย

 

ดร. ธนกฤต อธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีที่ดินเอกชนถูกกฎหมายภาครัฐออกประกาศครอบเป็นพื้นที่ป่าไม้หรืออุทยานสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งเอกชนผู้ครอบครองต้องไปโต้แย้งและพิสูจน์สิทธิ์การเข้าทำประโยชน์มาก่อน เช่น การอ้างหลักฐานจดหมายเหตุตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ในกรณีที่ดินวัด หรือการอ้างสิทธิ์การครอบครองตามกฎหมายปี พ.ศ. 2484 รวมถึงยกตัวอย่างที่ดินมีโฉนดกลางเขาในจังหวัดภูเก็ตซึ่งถูกพื้นที่อุทยานล้อมรอบ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่

 

ขณะพูดคุย คุณแอมมีอาการเล่าเรื่องไปหัวเราะไป สลับกับการร้องไห้ โดยคุณแอมบอกว่า “หัวเราะทั้งน้ำตา” และเผยความรู้สึกว่าช้ำใจแต่ต้องอดทนสู้มาทุกหน่วยงาน การเดินสายร้องเรียนเริ่มต้นขึ้นจากการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. จังหวัดตาก ในปี พ.ศ. 2567 เพื่อให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ชื่อนายต้วมเตี้ยม กรณีเรียกรับเงินและข่มขู่ แต่ ป.ป.ช. จังหวัดตาก กลับปฏิเสธไม่รับเรื่อง โดยอ้างว่าหลักฐานเอกสารยังไม่เพียงพอ ให้คุณแอมไปหาหลักฐานการเรียกรับเงินเพิ่มเติม คุณแอมจึงเดินทางไปขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เพื่อขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนหลายร้อยคน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่หน้าห้องปิดกั้น ไม่ให้เข้าพบ และย้อนถามเธอว่า เธอดำรงตำแหน่งเป็นอะไร ถึงคิดจะมีสิทธิ์เข้าพบผู้ว่าฯ


 

หลังจากนั้น คุณแอมได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก สส. ในสมัยนั้น คือ นายคริษฐ์ ปานเนียม (สังกัดเดิมพรรคก้าวไกล และต่อเนื่องมายังพรรคประชาชน) ซึ่ง สส. ได้รับเรื่องและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับประชาชนจนพบผู้เดือดร้อนหลายร้อยคน แต่ในระหว่างการดำเนินเรื่อง ได้เกิดเหตุการณ์คุกคามด้วยอาวุธปืน มีคนขับรถมาจ่อปืนใส่เพื่อข่มขู่ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน

 

คุณปองได้เล่าเสริมข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า มีคนมาจ่อปืนหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน สั่งให้หยุดเรื่องนี้ บอกว่าไม่ให้ยุ่งเรื่องที่ดิน ให้หยุดซะ และในวันที่คุณแอมลงไปถ่ายรูปที่ดินเพื่อส่ง ป.ป.ช. ได้มี จยย. คาดว่าเป็นบิ๊กไบค์ ขับประกบและมีแสงไฟแวบขึ้นคล้ายการยิงข่มขู่ และยังมีชาวบ้านในจังหวัดตากทักเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องทุจริตที่ดินอีกนับร้อยราย

 

คุณแอมเล่าว่า สส. คริษฐ์ ก็ถูกปืนจ่อข่มขู่ จนต้องนำเรื่องไปอภิปรายในสภาและผลักดันต่อ หลังจากนั้น ดร. ธนกฤตได้ช่วยประสานงานไปยัง ป.ป.ท. พิษณุโลก ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่คุ้มครองและเดินทางมาเป็นเพื่อนคุณแอมทุกครั้ง คุณแอมย้ำว่า เป็นหน่วยงานเดียวที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ มาสอบสวน และรับเรื่องทำเอกสารให้ถึงบ้าน โดยผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไปเอง


 

คุณแอมได้เดินทางเข้าร้องเรียนในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร ทั้งกระทรวงมหาดไทย, กรมที่ดินส่วนกลาง, ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล (111) และยื่นเรื่องต่อคณะองคมนตรี เพื่อติดตาม 2 ประเด็นหลัก คือ พฤติกรรมทุจริตของนายต้วมเตี้ยม และประเด็นโฉนดที่ดินกลายเป็นป่าไม้ถาวร เมื่อครั้งที่นายต้วมเตี้ยมยื่นข้อเสนอไกล่เกลี่ยแลกกับการหยุดดำเนินคดี พอคุณแอมปฏิเสธ นายต้วมเตี้ยมได้ร่วมมือกับปลัดปล่อยข่าวใส่ร้ายดิสเครดิตว่าเธอเป็นมิจฉาชีพ

 

สำหรับคำสั่งไล่นายต้วมเตี้ยมออกจากราชการนั้น ใช้เวลานานถึง 530 วันหลังจากเกิดเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้น คุณแอมเล่าว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐประจำหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนได้พูดจาประชดประชันว่า “ทำให้เป็นข่าวดังดิ ถ้าไม่มีแสง ข่าวก็ไม่เกิด” พร้อมแนะนำให้เธอไปทำท่ากระโดดสะพานพระราม 8 หรือเอาเชือกไปผูกหน้ากรมที่ดินตาก เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสื่อ

 

คุณดรีมระบุว่า เรื่องร้องเรียนถูกส่งไปยังกรมที่ดินส่วนกลางและใช้เวลาในรอบแรกไปแล้ว 180 วัน แต่พอครบกำหนด ตนกลับได้รับหนังสือแจ้งว่าขอขยายเวลาเพิ่มอีก 180 วัน โดยอ้างว่ารอเอกสารจากจังหวัดตากไม่ครบ คุณแอมได้เอ่ยความในใจว่า หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ขอขยายเวลาได้ แต่ประชาชนอย่างตนไม่มีสิทธิ์ขอขยายเวลากับเจ้าหนี้ ทั้งค่างวดรถ หรือค่าใช้จ่ายในบ้านได้เลย จึงขอร้องให้ผู้มีอำนาจช่วยอนุมัติลงนามในเอกสาร เนื่องจากเธอสู้จนไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

 

หลังจากเกิดเรื่องคดีความ คุณแอมได้เปิดร้านหมูกระทะแต่กลับถูกคุกคาม เธอจึงติดต่อไปขอความช่วยเหลือจากเพจมูลนิธิแห่งหนึ่ง เพื่อขอให้นำเอกสารคดีที่ดินตากไปให้คุณ ก ไก่ ช่วยอ่านพิจารณา ในตอนแรกคุณแอมเสนอจะบริจาคปลาสลิด 300 กิโลกรัม ที่หน้างานเหตุตึก สตง. ถล่ม แต่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิได้โทรศัพท์กลับมาขอเพิ่มเป็น 1 ตัน และเจรจาจบลงที่ปลาสลิดสดจำนวน 1.2 ตัน (1,200 กิโลกรัม) โดยมีข้อตกลงว่า หากนำปลาสลิดมามอบให้ จะได้รับการจัดคิวให้นำเอกสารเข้าพบและพูดคุยกับคุณ ก ไก่

 

ในการเตรียมปลาสลิดสด 1,200 กิโลกรัม ครอบครัวของคุณแอมต้องช่วยกันจับปลา ตัดหัว นำไปทำเป็นปลาแดดเดียวทอด ซึ่งเหลือน้ำหนักหลังจากทอดประมาณ 800-900 กิโลกรัม ในการทอดต้องใช้กระทะขนาดใหญ่ 3 ใบ ช่วยกันทอดทั้งวันทั้งคืนติดต่อกัน 2 วัน 2 คืน จนคุณแอมถึงกับหมดแรงหลับสลบไสล จากนั้นคุณดรีมและคณะได้นำปลาสลิดไปส่งมอบ ณ ตลาด อตก. บริเวณหน้าเต็นท์อำนวยการ โดยมีทีมงานของมูลนิธิมารับของและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ภายหลังจากส่งมอบปลาสลิดแล้ว เรื่องราวกลับเงียบหายไป ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา และคุณแอมก็ไม่ได้เข้าพบคุณ ก ไก่ ตามข้อตกลง จนกระทั่งตัดสินใจเลิกติดตามเรื่องนี้

 

ดร. ธนกฤต ได้ชี้แจงว่า เพิ่งทราบเรื่องปลาสลิดพร้อมกับนักข่าวในวันแถลงข่าว และที่ผ่านมาตนเองพยายามยื่นมือเข้าช่วยสู้คดีที่ดินอย่างเต็มที่ แต่ไม่ทราบเลยว่าระหว่างนี้คุณแอมมีการติดต่อไปที่ไหนอย่างไรบ้าง เพราะคุณแอมก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง

 

คุณแอมยังได้เปิดเผยประเด็นทนายความคนหนึ่งที่โทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นทนายของเธอ โดยหลอกให้เธอเล่ารายละเอียดทั้งหมด แล้วสั่งห้ามไม่ให้เธอไปออกรายการหรือพูดกับสื่อมวลชน มิเช่นนั้นเธอจะเดือดร้อนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลที่เป็นความลับที่คุณแอมเล่าให้ทนายความคนนี้ฟังเพียงคนเดียว กลับถูกบัญชีอวตารในโซเชียลนำไปลงแบบบิดเบือน

 

ทนายแก้ว ได้สรุปปัญหาออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือสถานะของที่ดิน ซึ่งตามมติ ครม. ปี พ.ศ. 2525 ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร ผู้ครอบครองจึงต้องไปดำเนินเรื่องอุทธรณ์โต้แย้งสิทธิ์ครอบครองตามกฎหมาย ส่วนที่สองคือการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทั้งทนายแก้วและทนายตุ๋ย แนะนำให้ดำเนินคดีอาญาข้อหาเรียกรับสินบน ข่มขู่ และความผิดต่อเสรีภาพ รวมถึงการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งหากผู้เสียหายไม่มีเงิน ก็สามารถขออนุญาตยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ นอกจากนี้ ทนายตุ๋ยเน้นย้ำเรื่องการบูรณาการภาครัฐให้เร่งรัดระยะเวลาการพิจารณาคดีให้เร็วขึ้น เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า นั่นคือความไม่ยุติธรรม

 

เรื่องความปลอดภัย ดร. ธนกฤต ได้ประสานงานให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาดูแลการคุ้มครองพยาน เนื่องจากผู้เสียหายเคยเผชิญเหตุการณ์ถูกยิงข่มขู่ พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนเ พื่อยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ว่าสิ่งที่พูดทั้งหมดเป็นความจริง

 

หนุ่ม กรรชัย ได้แสดงความเห็นประณามคำพูดของนายต้วมเตี้ยม เจ้าหน้าที่ที่ดิน ที่พูดว่าจะไปถอนทุนคืนจากประชาชนตาสีตาสา ว่าเป็นคำพูดที่สร้างความเจ็บปวดและไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

 

คุณปอง ได้เปิดเผยถึงสภาพจิตใจของผู้เสียหายว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยคุณดรีมจะทำร้ายตัวเองจนทีมงานต้องรีบเข้าไปห้ามปราม ส่วนคุนณแอมก็มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ซึ่งเกิดจากความกดดันหลังเกิดคดี ไม่ได้เป็นมาก่อนหน้า

 

นอกจากนี้ ร้านหมูกระทะและบ้านของคุณแอมยังประสบปัญหาค้างค่าไฟสะสมกว่า 70,000 บาท ซึ่งคุณปองได้ช่วยประสานผ่อนผันและสำรองเงินส่วนตัวช่วยเหลือ คุณปองยังได้สะท้อนถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐบางรายที่ข่มขู่ว่าหากไม่มีเงินจ้างทนายก็ให้รอติดคุกไป ทั้งที่สามารถขอทนายจากสภาทนายฯ ได้

 

ดร. ธนกฤต และทีมงานทนายความ ได้จัดเตรียมแนวทางทางกฎหมายไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกำหนดนัดหมายเดินทางไปติดตามเรื่อง หนุ่ม กรรชัย ได้ถามย้ำถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่บอกให้ไปทำท่ากระโดดสะพาน คุณแอมยืนยันหนักแน่นว่าเจ้าหน้าที่พูดคำนี้จริง และพูดต่อหน้าทนายความด้วย เธอยังจำใบหน้าของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้แม่นยำ

 

ผู้ร่วมรายการต่างติติงว่า ไม่สมควรพูดอย่างยิ่ง หรือแม้จะเป็นการพูดเล่นก็ไม่ควร เนื่องจากผู้ที่เดินทางมาร้องเรียนล้วนเป็นประชาชนที่กำลังแบกรับความทุกข์อย่างหนัก บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนของรัฐจึงจำเป็นต้องมีจิตสำนึก ความเห็นอกเห็นใจ และจิตอาสาในการรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน

 

หนุ่ม กรรชัย ได้แนะนำให้กลับไปที่หน่วยงานดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อพบเจ้าหน้าที่คนนี้ ขณะที่ทนายตุ๋ยบอกว่า หากไปแล้วก็ควรไปพบหัวหน้า รายงานพฤติกรรมเจ้าหน้าคนนี้ให้หัวหน้าทราบ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานและยกระดับมาตรฐานการทำงาน ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐนำพฤติกรรมและคำพูดที่ย่ำยีจิตใจเช่นนี้ไปใช้กับประชาชนคนอื่นอีก ซึ่ง ดร. ธนกฤต ระบุว่า จะจัดทำหนังสือร้องเรียนด้านจริยธรรมข้าราชกาไปตามขั้นตอน

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เจ้าหน้าที่ที่ดิน#เจ้าหน้าที่รัฐ#ทุจริต#ปัญหาที่ดิน