ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับ หญิง อายุ 32 ปี ภรรยาหลวง เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองได้คบหากับสามีตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ จากนั้นตนตั้งท้องระหว่างเรียน และได้แต่งงานกันในปี 2555 ก่อนจะมีลูกชายด้วยกันอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน
ระหว่างที่คบหากันสามี ยอมรับว่าเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาดี และเป็นคนขี้เล่น ด้วยความเชื่อใจและไว้ใจจึงไม่ได้คิดเรื่องจดทะเบียนสมรส
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามีชอบพูดเล่นทำนองว่าขอมีภรรยาเพิ่มอีก 1 คน ทำให้บางครั้งตนไม่สบายใจ สามีจึงชวนกันไปจดทะเบียนสมรส ในวันที่ 16 พ.ค. 2568
สามีทำทัวร์ คอยขับรถรับ-ส่งลูกค้าเดินทางข้ามจังหวัด ตนเป็นพนักงานบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนลูกทั้งสองคนอยู่ที่ จ. นครศรีธรรมราช ปัจจุบันลูกชายคนโตอายุ 13 ปี ลูกชายคนเล็กอายุ 11 ปี คบหากับสามีมาได้ 15 ปี
แต่ต้องมาช้ำใจ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนสังเกตว่าสามีเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่กลับบ้าน ไม่รับโทรศัพท์ หรือรับแต่พูดคุยกันแป๊บเดียวก็รีบวางสาย เป็นแบบนี้มา 7 วัน ตนจงรู้สึกเอะใจ ถามกับสามีตรง ๆ ว่าเป็นอะไร สามีจึงพูดขึ้นมาว่า “ขอมีเมียน้อย” ตนคิดว่าสามีพูดเล่น จึงพูดกลับไปเล่น ๆ ว่าถ้าอยากมีเมียน้อย ให้เมียน้อยจ่ายมา 500,000 บาท ถึงจะยอม
หลังจากสามีกลับมาบ้าน สามีได้พูดอีกครั้งในลักษณะจริงจัง ว่าขอมีภรรยาน้อย และตกลงว่าภรรยาน้อยจะนำเงินมาให้ 500,000 บาท ทำให้ตนถึงกับอึ้ง ตกใจนึกว่าสามีพูดเล่น
ตนพยายามถามอีกครั้ง แต่สามีก็บ่ายเบี่ยงทำให้เกิดการทะเลาะกัน จนเขายอมรับว่าเจอผู้หญิงอีกคนในติ๊กต็อก ประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว และตกลงเป็นแฟนกันวันที่ 23 ก.พ. 2569 และยังสารภาพว่าก่อนหน้านี้เคยไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นในวันเดียวกันถึง 4 คน แต่ที่ทำให้ช้ำใจคือ หญิงเหล่านั้นทำงานในบริษัทของตน แต่ทุกคนปิดไม่บอกให้ตนรู้
สามีอ้างว่าตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เขาทนอยู่กับตนมาตลอด อ้างว่าความสัมพันธ์ของเขาพังเพราะ 7 ปีที่แล้ว ตนเคยคุยกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของเขา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเกินเลย และเรื่องราวจบไปตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว แต่สามีนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ตนจึงพูดว่าเมื่อ 7 ปีที่แล้วตอนนั้นไม่พอใจทำไมไม่เลิกกัน มาทำแบบนี้ทำไม สามีก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงและเดินหนี อ้างว่าจะออกไปทำงาน แล้วออกจากบ้านไปไ ม่กลับมาอีกเลย
ตนพยายามติดต่อหาสามีตลอด แต่สามีไม่ยอมรับสายและไม่กลับบ้าน จนเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ตนโทรหาสามี บอกว่าตกลงยินดีรับเงิน 500,000 บาท และจะทำเรื่องหย่าให้ ให้สามีมารับเพื่อที่จะกลับไปหาลูก แต่ตนมีข้อแม้ว่า ระหว่างที่ไปหาลูกห้ามคุยกับผู้หญิงคนนั้น แต่สุดท้ายสามีก็ทำไม่ได้ สามีคุยกับภรรยาน้อยตลอดเวลา แม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าลูก ทำให้ลูกทั้งสองรู้สึกได้ว่าพ่อของเขาเปลี่ยนไป แต่ผู้เป็นพ่อก็ไม่เคยสนใจ ทำให้ตนตัดสินใจไม่หย่า และจะเดินหน้าฟ้องร้องภรรยาน้อย เนื่องจากสงสารลูกทั้งสองคน
สิ่งที่ตนอยากจะพูดในวันนี้คือ สิ่งที่สามีอ้างว่าอดีตของตนเคยแอบคุยกับเพื่อนของเขานั้น มันคือคำแก้ตัว เป็นการโยนความผิดให้คนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูดี ทำไมไม่เลิกกับตนเองตั้งแต่ 7 ปี ที่แล้ว วันนี้ตนขอเดินหน้าต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับลูกชายทั้งสองคน