จากกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยหญิง อายุ 38 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังถูกเพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ ทำร้ายร่างกายด้วยการรัวหมัดชกต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวีรกรรมของทนายผู้ก่อเหตุ หลังจากถอยรถยนต์จอด กําลังจะเข้าบ้าน ซึ่งผู้เสียหายขับรถยนต์มาจอดพอดี ทนายรายนี้ได้เดินกลับไปหา ผู้เสียหายที่รถยนต์ และมีการพูดคุยกัน จนกระทั่งทนายได้ปรี่เข้าไปทําร้ายผู้เสียหายที่อยู่ภายในรถ จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้ามาห้ามปรามเอาไว้
วงจรปิดอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่าช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทนายได้ถือถุงขยะจากบ้านของตัวเอง มาวางไว้บริเวณหน้าบ้าน ของเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันประมาณสามถึงสี่หลัง
คลิปวงจรปิดอีกมุมหนึ่ง เห็นพฤติกรรมของทนายถอยรถจะจอดหน้าบ้าน แต่มีลักษณะคล้ายจะพุ่งชนเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนเพื่อนบ้านต้องรีบเดินเข้าบ้าน และทนายก็ได้เดินตามไปด่าเพื่อนบ้านอีกด้วย
ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามนิติบุคคลของหมู่บ้านดังกล่าว เปิดเผยว่า ทนายความรายนี้เคยเปรยว่าอยากเข้ามาช่วยงานเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อดูแลงานด้านจราจร ซึ่งทางนิติบุคคลและกรรมการก็ยินดี แต่ต่อมาเริ่มมีปัญหากระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านหลายครั้ง
เหตุการณ์แรกเริ่มจากกรณีต่อเติมบ้าน เพื่อทำเป็นสำนักงานทนายความ โดยมีการเชื่อมเหล็กและส่งเสียงดังในช่วงเวลาเที่ยง ซึ่งผิดระเบียบของหมู่บ้าน เมื่อตนปั่นจักรยานไปตักเตือนและขอให้หยุดชั่วคราว ทนายความคนดังกล่าวกลับแสดงท่าทีคุกคาม ออกมาถ่ายคลิป และพูดจาข่มขู่ว่า "บ้านกู กูจะทำอะไรก็ได้" พร้อมทั้งพูดท้าทายว่าจะฟ้องร้อง ซึ่งต่อมาก็มีหนังสือหมายฟ้องส่งไปถึงบ้านของตนจริงๆ จนสร้างความตกใจให้กับครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ทนายคนดังกล่าวร้องเรียนเรื่องเด็กๆ ในซอยออกมาวิ่งเล่น ส่งผลให้นิติบุคคลต้องช่วยประกาศแจ้งเตือนผ่านเสียงตามสาย แต่เนื่องจากยังเป็นวิสัยของเด็ก จึงยังคงมีการออกมาวิ่งเล่นตามช่วงเวลาปกติ ทำให้ทนายเกิดความไม่พอใจ ขับรถเข้ามาด้วยความเร็วสูง คล้ายเจตนาขับไล่ให้เด็กๆ แตกกระเจิง จนเกิดการปะทะคารมและยุดฉุดกระชากกับแม่ของเด็กในซอย มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง ก่อนจะยอมความกันไปในที่สุด
ล่าสุดยังมีประเด็นที่ทนายรายนี้จัดพิธีเปิดสำนักงานทนายความ โดยเชิญซินแสมาทำพิธีและมีการจุดประทัดส่งเสียงดังสนั่นไปทั่วซอยตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 05.30 - 06.00 น. สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ชาวบ้านที่กำลังนอนหลับพักผ่อน โดยไม่มีการขออนุญาตหรือแจ้งให้นิติบุคคลทราบล่วงหน้า
สะสมความขัดแย้งและความไม่พอใจของคนในซอยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการขับรถป่วนเด็ก การจุดประทัด และการต่อเติมบ้านโดยไม่ทำตามระเบียบ จนกระทั่งบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้านสาวอย่างรุนแรงตามที่ปรากฏในคลิปข่าว