วันที่ 5 ก.ย. 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี มีการเสนอชื่อ ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย และ ‘นายชัยเกษม นิติสิริ’ แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็เป็น นายอนุทิน ที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมาก 311 เสียง จาก 490 เสียง
พรรคประชาชน ซึ่งมีมติพรรคเป็นที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนหน้าแล้วว่า จะยกมือโหวตให้กับนายอนุทิน ภายใต้ข้อตกลง ยุบสภาใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย, ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้่ายอย่างเต็มที่เช่นเดิม
แม้จะมีการแถลงชัดเจนหลายครั้ง แต่ประชาชนทั่วไป และ สส. โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย ยังมีข้อห่วงกังวลหลายอย่าง ‘นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงข้อกังกลเหล่านั้น รวมทั้งยังได้พูดทำความเข้าใจ ให้ความมั่นใจ และให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของ สส. ในพรรคประชาชน
ประชาชนผู้ติดตามหลายคนที่เข้าใจและเห็นด้วย แห่แชร์คลิปหัวหน้าเท้ง ชื่นชมว่าแม้จะไม่ได้ดุดันขึงขัง ไม่ได้มีศัพท์แสงสวยหรู แต่การสรุปอภิปรายนั้นแน่วแน่ และมีความชัดเจนในทุกประเด็นที่หลายคนตั้งคำถาม
เช่นการย้ำความชัดเจน ข้อที่หนึ่ง วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทินมาบริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทินมายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ความชัดเจนที่สอง วันนี้พรรคประชาชนตัดสินใจที่จะเลือกคุณอนุทิน เพราะเราได้เซ็นข้อตกลง 5 ข้อเปิดเผยต่อสาธารณะ
ความชัดเจนสุดท้าย หลักการที่ตนยึดถือมาตลอดคือ หลักการที่บอกว่า “พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” ตนเข้าใจดี เพื่อนสมาชิกหลายคนมีความอึดอัดใจมากที่จะลงมติกันในวันนี้ แต่เมื่อเรามีมติพรรคออกมา มีกระบวนการรับฟังสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นเจ้าของพรรคตัวจริงอย่างรอบด้านแล้ว ไม่มีใครที่จะบิดพลิ้วต่อมติพรรคครั้งนี้ได้ ตนยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรค และถ้ามี สส. คนใดขัดต่อมติพรรค คุณขัดต่อคุณค่าพื้นฐานของพรรค วันนี้เราหนักแน่นในมติพรรค ต่อการตัดสินใจของเรา และเดินหน้าอย่างไม่ลังเล
ตนเชื่อว่า 14 ล้านคนที่กาพรรคก้าวไกลในวันนั้น ไม่มีใครเลือกคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครเลือกเพราะอยากเห็นรัฐบาลที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครหวังอยากเห็นอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย และเชื่อเช่นกันว่า ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยทั้งหมดกับการตัดสินใจของพรรคในวันนี้ แต่ตนขอยืนยันว่า เราตัดสินใจเพื่อคน 60 กว่าล้านคน ในการผ่าทางตันให้ประเทศ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งและแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักว่า “ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมเฉพาะหน้าของพรรคประชาชน