มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

‘แม่ภัทร’ ยืนยันดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ถูกจับตัวไปจนถึงศูนย์ดูแล รวมถึงลูกชาย


ดราม่า
8 ตุลาคม 25691,265
‘แม่ภัทร’ ยืนยันดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ถูกจับตัวไปจนถึงศูนย์ดูแล รวมถึงลูกชาย

‘แม่ภัทร’ ยืนยันดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ถูกจับตัวไปจนถึงศูนย์ดูแล รวมถึงลูกชาย ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการยกเว้น

 

จากกรณีรายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของ ‘คุณแม่ภัทร’ ที่ร้องเรียนว่าถูกลูกชายส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลที่ จ. กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง แล้วยึดกิจการไป โดยขณะอยู่ในศูนย์ถูกทำร้ายร่างกาย กักขัง ให้กินยานอนหลับ รวมถึงให้อดข้าว ออกมาได้เพราะแอบฝากเบอร์น้องสาวให้คนที่ได้ออกจากศูนย์ไปติดต่อ จนน้องสาวและลูกสาวมาช่วยเหลือ

 

คุณแม่เล่าถึงสภาพในศูนย์ดูแลที่ถูกขังในกรงคล้ายกรงสุนัขหรือมีตะแกรงครอบ ไม่มีห้องน้ำ ต้องขับถ่ายใส่ถัง จะออกได้ก็ต่อเมื่อมีเจ้าหน้าที่พาไปอาบน้ำ

 

ขณะที่ลูกชายอ้างว่า มีความจำเป็นต้องส่งคุณแม่ไปที่ศูนย์ดูแล เนื่องจากคุณแม่มีพฤติกรรมอาละวาด ทำร้ายร่างกายลูกคือตนเองและน้องสาว รวมถึงบุคคลอื่นในบ้าน และน้องสาวนี่แหละที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้ส่งคุณแม่ไป ซึ่งตนเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าในศูนย์มีสภาพเป็นแบบนั้น เพราะไม่เคยเห็นจริง ๆ

 

ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค. 2569) คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ และสายไหมต้องรอด พาคุณแม่และผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

โดยคุณแม่ยืนยันดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่ใจอ่อน ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มชาย 2 คน ที่เดินทางมาจับและอุ้มตัวคุณแม่ไปจากบ้านพัก, เจ๊แมว เจ้าของศูนย์ดูแล ซึ่งแม่ภัทรอ้างว่าตลอดเวลาที่อยู่ในศูนย์ ถูกกักขังและลงโทษทำร้ายร่างกายคุณแม่เป็นประจำ, กลุ่มเจ้าหน้าที่ภายในสถานที่กักขัง ที่ทำหน้าที่ลงโทษ ตี และขู่เข็ญบังคับ, รวมถึงบุคคลอื่นหรือลูกชาย หากพนักงานสอบสวนทำการขยายผลสอบสวนแล้วพบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดดังกล่าว โดยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดโดยไม่มีการยกเว้น

 

เหตุการณ์จับตัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 เวลาประมาณ 13.00 น. ถึง 14.00 น. บริเวณบ้านย่านลาดพร้าว มีชาย 2 คนเข้ามาควบคุมตัวคุณแม่ไป เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่พื้นที่เขตวังทองหลางไปจนถึง จ. กาญจนบุรี

 

ในระหว่างถูกกักขัง คุณแม่ถูกบังคับและลงโทษด้วยการตีหากไม่ทำตามคำสั่ง จะมีเจ้าหน้าที่ถือไม้พายคอยกำกับ บังคับให้ยิ้มหรือแสดงท่าทางมีความสุขเวลาถ่ายรูปส่งให้ญาติ หากขัดขืนจะถูกลงโทษด้วยการตีหรืออดอาหาร นอกจากนี้ยังถูกล็อกกุญแจมือ ให้ใส่แพมเพิร์ส และถูกบังคับให้กินยา

 

ระหว่างถูกกักขัง คุณแม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกชายของเจ๊แมวขณะเดินผ่าน โดยแจ้งว่าตนเองเป็นคนปกติ ไม่ได้มีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช และถูกอุ้มตัวมาโดยไม่ยินยอม หลังจากคุยกันประมาณ 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ในสถานที่ดังกล่าวได้มาแจ้งว่าคุณแม่จะได้ออกจากที่นี่ จนกระทั่งลูกชายและน้องสาวของคุณแม่เดินทางมารับตัวกลับ ซึ่งในขณะกำลังจะนำสัมภาระขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ยังได้พยายามอ้างว่าคุณแม่ขโมยของและจะนำกระเป๋าไปตรวจค้น แต่ทางน้องสาวได้คัดค้านและไม่ยินยอมให้นำกลับเข้าไปข้างใน

 

เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำความผิดในสองท้องที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เขตวังทองหลางต่อเนื่องไปยัง จ. กาญจนบุรี พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุจึงมีอำนาจสอบสวนตามกฎหมาย หรืออาจมอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคุณแม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อลงบันทึกคำให้การและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#แม่ภัทร#ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ#ทำร้ายร่างกาย#กักขัง#สายไหมต้องรอด