มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

“คนในกระบวนการยุติธรรม ต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้” อ. ปรเมศวร์ เผยเคยถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับ ย้ำ! ต้องยอมรับผิด


ข่าวโซเชียล
29 พฤษภาคม 2569182
“คนในกระบวนการยุติธรรม ต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้” อ. ปรเมศวร์ เผยเคยถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับ ย้ำ! ต้องยอมรับผิด

“คนในกระบวนการยุติธรรม ต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้” อ. ปรเมศวร์ เผยเคยถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับ ย้ำ! ต้องยอมรับผิด

 

รายการโหนกระแสในวันนี้ (29 พ.ค. 2569) พูดคุยเหตุการณ์เมาแล้วขับ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของ ‘พี่ก้อง’ อดีตพนักงานช่อง 3 ที่ภายหลังได้ผันตัวมาประกอบอาชีพไรเดอร์

 

คุณก้องถูกรถกระบะสีดำพุ่งชนอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตในที่เกิดเห ซึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามองคือ ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ถูกระบุว่าเป็น ผอ. สำนักงานสืบสวนฯ ป.ป.ช.

 

พลเมืองดี ได้ร่วมกันเล่าลำดับเหตุการณ​์ว่า ขณะที่พี่ก้องขับขี่รถ จยย. อยู่เลนซ้ายสุด รถกระบะสีดำคู่กรณีได้ขับมาด้วยความเร็วจากเลนขวาสุด แล้วตบเข้าเลนซ้ายอย่างกะทันหัน พุ่งชนรถของพี่ก้อง แรงชนทำให้ร่างของพี่ก้องและ จยย. ถูกลากไปไกลกว่า 100 เมตร ก่อนที่จะหลุดออกมาริมถนน

 

หลังเกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวไม่ได้หยุดทันที แต่พยายามขับต่อไปทั้งที่ล้อหน้าหักและมียางแตกจนเกิดประกายไฟใต้ท้องรถ พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์จึงขับรถตามไปประมาณ 1 กิโลเมตร จนรถไปต่อไม่ได้

 

คุณหนุ่ม พลเมืองดีที่ขับตามไปจนรถกระบะจอด ยืนยันว่า เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีขาวเดินลงมาจากฝั่งคนขับอย่างชัดเจน เมื่อเข้าไปแจ้งว่าเขาขับรถชนคนเสียชีวิต ชายคนดังกล่าวกลับทำหน้ามึนงง ไม่ตอบคำถาม แล้วเดินกลับขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับตามเดิม คุณหนุ่มยืนยันด้วยตาตนเองว่า ในรถมีคนขับมาเพียงคนเดียว

 

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ กลับปรากฏชายคนหนึ่งสวมเสื้อสีดำ เดินเข้ามาหาตำรวจ ทำให้กลุ่มพลเมืองดีมองว่าเหมือนจะพยายามเปลี่ยนตัว ตำรวจเหมือนเตรียมจะพาตัวไปแล้ว จึงมีการตะโกนบอกตำรวจว่า คนขับที่แท้จริงคือชายเสื้อขาว

 

อาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อดีตอัยการอาวุโส ได้ความเห็นทางกฎหมายเรื่องการเปลี่ยนตัวคนขับ ว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะโดยปกติการเปลี่ยนตัวมักจะทำกันในชั้นศาล แต่การเปลี่ยนตัวแบบซึ่งหน้าต่อหน้าพยานจำนวนมากเช่นนี้ไม่เคยเจอมาก่อน

 

ในเชิงกฎหมาย การที่ผู้อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นคนขับต่อเจ้าพนักงาน ถือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหากมองในภาพรวมคือการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในต่างประเทศถือเป็นความผิดที่มีโทษร้ายแรงมาก

 

ในปัจจุบันการจะบิดเบือนข้อเท็จจริงทำได้ยากขึ้น เพราะมีกล้องวงจรปิดเปรียบเสมือนตาแววสับปะรดอยู่ทั่วถนน หากไม่มีการพยายามเปลี่ยนตัว เรื่องนี้อาจจะไม่กลายเป็นกระแสโด่งดังขนาดนี้ แต่เมื่อมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต จึงกลายเป็นประเด็นที่สังคมรับไม่ได้

 

นอกจากนี้ อาจารย์ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเองเคยขับรถเฉี่ยวชนคนบาดเจ็บ ซึ่งในตอนแรกอาจารย์ไม่รู้ตัวว่าชน จนกระทั่งมีรถบรรทุกบีบแตรบอกให้จอด อาจารย์ก็หยุดรถทันที และยอมรับผิดโดยไม่คิดจะหนี

 

ในตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายเสนอที่จะช่วยเหลือ โดยการทำตัวเลขการวัดแอลกอฮอล์ให้ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อแลกกับเงิน 100,000 บาท เนื่องจากทราบว่าอาจารย์เป็นอัยการ แต่อาจารย์ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป และเลือกที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามความเป็นจริง

 

อาจารย์มองว่า หากตนเองใช้ข้อกฎหมายหรือตำแหน่งหน้าที่มาสู้คดีเพื่อเอาตัวรอด นอกจากจะเสียชื่อเสียงส่วนตัวแล้ว ยังจะทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดเสียชื่อเสียงไปด้วย และจะเป็นเยี่ยงอย่างที่เลวร้ายสำหรับคนทั้งประเทศในการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย

 

อาจารย์เน้นย้ำว่า สำหรับผู้กระทำผิดที่เป็นถึง ผอ. สำนักงานสืบสวนฯ ของ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตโดยเฉพาะ ยิ่งต้องรักษามาตรฐานทางจริยธรรมให้สูงกว่าคนปกติ แม้การเมาแล้วขับจะเป็นเรื่องนอกเวลาราชการ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเคยมีแนวทางวินิจฉัยว่าอาจไม่ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหากมีความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่ในกรณีนี้มีผู้เสียชีวิต และมีการพยายามสลับตัวคนขับ ซึ่งพฤติการณ์นี้ถือว่าร้ายแรงกว่าตัวความผิดฐานเมาแล้วขับเสียอีก

 

“คนในกระบวนการยุติธรรม ต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้ และต้องกล้ายอมรับสภาพความจริงที่เกิดขึ้นตามปริมาณความผิด” อาจารย์ปรเมศวร์ กล่าว

 

ซึ่งในกรณีนี้มีการระบุว่าค่าแอลกอฮอล์สูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับกรณีของอาจารย์ที่เคยประสบเหตุซึ่งอยู่ที่ประมาณ 70 กว่ามิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เมาแล้วขับ#ปปช#กระบะชนไรเดอร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook