จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เริ่มปะทุตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้าของวันนี้ (8 ธ.ค. 2568) เวลาประมาณ 07.15 น. ได้รับแจ้งว่า ฐานปฏิบัติการป้อมไทย พื้นที่ช่องบก อ. น้ำยืน จ. อุบลราชธานี ถูกโจมตีจากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา กำลังพลไทยเสียชีวิต 1 นาย คือ จ.ส.อ. ศตวรรษ สุจริต สังกัด กองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 6 และบาดเจ็บ อีก 3 นาย
ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 12.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนตลาดเทศบาลตำบลหนองพอก อ. หนองพอก จ. ร้อยเอ็ด ซึ่งบ้านพักของ จ่าเพียว จ.ส.อ. ศตวรรษ พลขับรถสายพาน ทหารหาญที่พลีชีพในพื้นที่ช่องบก ซึ่งบรรยากาศที่บ้านพักเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้อง ที่มาจัดเตรียรอรับร่างวีรบุรุษ เพื่อประกอบพิธีกรรมตามศาสนา
นางอรพรรณ อายุ 53 ปี แม่ของจ่าเพียว เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. มีทหารจากค่ายเดียวกันกับจ่าเพียว โทรศัพท์มาแจ้งว่าจ่าเพียวเสียชีวิตแล้ว ตนก็ยังไม่เชื่อ เพราะจ่าเพียวเป็นทหารม้าที่แข็งแกร่งมาก ไปรบมาในรอบที่แล้วก็ยังกลับมาได้อย่างปลอดภัย เพราะจ่าเพียวเป็นคนดวงดี ชอบทำบุญ ทำไมถึงจะมาโชคร้ายในวันนี้
ตนยังถามย้อนกลับไปว่า จ่าเพียวแค่บาดเจ็บใช่ไหม อยู่ที่โรงพยาบาลไหน จะรีบขับรถไปหา กระทั่งภรรยาของจ่าเพียวได้รับข้อมูลยืนยันจากทางค่ายทหารที่จ่าเพียวสังกัดว่า จ่าเพียวได้เสียชีวิตแล้วจริง ๆ
ไม่คิดว่าการที่จ่าเพียวโทรมาหาลูกสาว วัย 5 ขวบ บอกว่า “พ่อยังไม่ได้กลับบ้านนะ” จะกลายเป็นการสั่งเสียครั้งสุดท้าย
ตนขอร่วมส่งกำลังใจให้ทหารในแนวหน้าปลอดภัย ส่วนลูกชายของตนที่สละชีพเพื่อชาติ ถึงตนจะเสียใจมาก แต่ก็ยังภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตชายชาติทหาร ได้สละชีพเพื่อรักษาอธิปไตยของผืนแผ่นดินไทย