ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 3 ต.ค.69) ขบวนเรือผลักดันน้ำ ของกองทัพเรือ จำนวน 20 ลำ เดินทางถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ทหารเรือ โดยได้เดินทางขึ้นสะพานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเร่งนำเรือผลักดันน้ำเข้าติดตั้งบริเวณใต้สะพาน จำนวน 10 ลำ และอีก 10 ลำ จะเดินทางไปติดตั้งใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ตรงบริเวณเขื่อนทดน้ำบางปะกง ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากเหนือเขื่อน และท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่เหนือเขื่อน ที่ยังคงรับน้ำมาจากอำเภอพนมสารคาม อำเภอราชสาส์น อำเภอแปลงยาว และอำเภอบางคล้า ซึ่งหลายพื้นที่ยังคงมีระดับน้ำตั้งแต่ 30 – 160 เซนติเมตร และบางแห่งที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอาจมีมวลน้ำมากกว่า 200 เซนติเมตร มานานกว่า 1 สัปดาห์
ในขณะที่ท้ายเขื่อนทดน้ำบางปะกง ซึ่งมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง หลายพื้นที่จมน้ำมานานกว่า 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน ประกอบกับบางพื้นที่ยังคงมีฝนตกลงมาเติมปริมาณของน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่เดิม ทำให้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ส่วนถนนหลายสายยังคงมีน้ำท่วมขังและไหลผ่าน ทำให้การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถนนบางสายรถจักรยานยนต์ และรถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้
นายปรัชญา สุวรรณจิตร เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน กล่าวว่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำมาจากกองทัพเรือจำนวน 20 ลำ โดยจะดำเนินการติดตั้ง 2 จุด โดยจุดที่ 1 ตรงใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ ภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 10 ลำ และอีก 10 ลำจะนำไปติดตั้งที่บริเวณสะพานเขื่อนทดน้ำบางปะกง ตำบลบางแก้ว เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกง ให้ไหลลงสู่ทะเล โดยจะดำเนินการต่อเนื่องประมาณ 16 ชั่วโมง ในช่วงที่น้ำในแม่น้ำกำลังลง และจะหยุดพักในช่วงที่น้ำในแม่น้ำขึ้น โดยเรือผลักดันน้ำ 1 ลำ จะสามารถผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนั้น 20 ลำ ก็จะสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณวันละ 2,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้น้ำที่ท่วมสูงในพื้นที่ ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูปัจจัยของปริมาณฝนที่ยังตกในพื้นที่ด้วยเช่นกัน