วานนี้ (9 ต.ค.69) เวลาประมาณ 04.00 น. เกิดเหตุชายบุกทำร้ายสามีภรรยาภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 30 ปี ครูของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง และหญิง อายุ 21 ปี ภรรยา โดยผู้บาดเจ็บได้เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ท.ภาวิชญ์โรจน์ วิมลโรจนกรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านดุง รักษาการในตำแหน่ง ผกก.สภ.บ้านดุง เพื่อสอบถามเรื่องคดี หลังทราบว่าตำรวจได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ชาย อายุ 30 ปี (ผู้บาดเจ็บ) เปิดเผยว่า วานนี้เวลาประมาณ 04.00 น.ขณะกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่กับภรรยา จู่ ๆ ได้ยินเสียงประตูห้องถูกงัดเปิดออกอย่างแรง ก่อนที่ชายผู้ก่อเหตุจะเดินเข้ามาพร้อมมีดปลายแหลมและพุ่งเข้ามาทำร้ายตนทันที ตนจึงยกแขนขึ้นป้องกันจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องเย็บถึง 5 เข็ม ก่อนหันไปใช้มีดทำร้ายภรรยาของตนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ช่วงชุลมุนนั้นตนได้วิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านและแจ้งตำรวจ จากนั้นก็รีบพาภรรยาส่งโรงพยาบาล แต่ผู้ก่อเหตุก็ตามไปที่โรงพยาบาลด้วยและเขาก็ข่มขู่ตนและภรรยาว่า เขาไม่กลัวตำรวจหรือการติดคุก เพราะมีเงินประกันตัว หากได้รับการปล่อยตัวออกมา จะกลับมาทำร้ายและฆ่ายกครัว หากภรรยาไม่เลิกกับตนและยังขู่แม่ของฝ่ายหญิงด้วย
สำหรับผู้ก่อเหตุนั้นเท่าที่ทราบเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่บ้านดุง และเป็นคนปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ อ.บ้านดุง และมีพฤติการณ์เข้ามาติดพันภรรยาของตน ทั้ง ๆ ที่ตนและภรรยาแต่งงานอยู่ด้วยกันมาแล้ว 3 ปี เขามาชอบภรรยาของตนและอยากให้เลิกกับตน แต่ภรรยาไม่เลิกเพราะแต่งงานกันแล้ว แต่เขาก็ตามตื๊อตลอด พยายามขู่เพื่อให้เลิกกัน โดยก่อนหน้านี้ภรรยาของตนเคยถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืนขณะทำงานอยู่ภายในร้านอาหาร อีกทั้งยังเคยถูกฉุดกระชากขึ้นรถ แต่ภรรยาตัดสินใจกระโดดลงจากรถขณะรถติดไฟแดงเพื่อเอาชีวิตรอดมาได้
ชายผู้บาดเจ็บ เปิดเผยอีกว่า ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เคยลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้แล้ว แต่ภายหลังมีการพูดคุยตกลงกันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอีก จึงยอมยุติเรื่องไป ก่อนจะเกิดเหตุทำร้ายร่างกายขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้ตนรู้สึกหวาดกลัวและกังวลเรื่องความปลอดภัยของตน ภรรยา และครอบครัว โดยเฉพาะหากผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัว จึงขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมพิจารณาคัดค้านการประกันตัวตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำเบื้องต้น ภรรยายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ให้เฝ้าดูอาการอย่างน้อย 2 วัน
ทั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น 4 ข้อหา ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่น บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธมีด และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งฝากขังตามขั้นตอนกฎหมาย