มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ไร้เงา 'พี่แหวน ธานอส' เข้าขอขมาเจ้าอาวาส พระครูอดุลฯ ยืนยันไม่ติดใจ ถือเป็นเรื่องทางโลก ปล่อยให้มูลนิธิทนายกองทัพธรรมดำเนินการ ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัดมากกว่า


ภูมิภาค
7 กันยายน 2569140
ไร้เงา 'พี่แหวน ธานอส' เข้าขอขมาเจ้าอาวาส พระครูอดุลฯ ยืนยันไม่ติดใจ ถือเป็นเรื่องทางโลก ปล่อยให้มูลนิธิทนายกองทัพธรรมดำเนินการ ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัดมากกว่า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น บรรยากาศภายในวัดกลับเข้าสู่ภาวะสงบและเป็นปกติ พระสงฆ์และลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ มีญาติโยมเดินทางเข้ามาทำบุญและถวายภัตตาหารเพลอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนประเด็นที่มีการติดตาม หลังมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นำโดยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิฯ ประกาศขีดเส้น 7 วัน ให้นายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน” หรือ “ธานอส” เข้ามาขอขมาเจ้าอาวาสนั้น ยังไม่พบว่ามีการเดินทางมาขอขมาแต่อย่างใด

 

ต่อมา ทนายอนันต์ชัย โพสต์ข้อความถึงการเตรียมเดินทางไปดำเนินการตามกฎหมายกับลุงแหวน ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยตามข้อความที่เผยแพร่ ระบุถึงประเด็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและดูหมิ่นคณะสงฆ์วัดป่าอดุลยาราม

 

ก่อนหน้านี้มีการกำหนดให้นายวรเดชเข้ามาขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศ โดยครบกำหนดเมื่อเวลา 24.00 น. คืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จนถึงวันที่ 7 กันยายน ยังไม่มีการติดต่อเข้าขอขมาเจ้าอาวาสแต่อย่างใด

 

ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งเปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้นายวรเดชไม่ได้ติดต่อมายังอาตมาเลย และยังไม่มีการประสานเรื่องการเข้ามาขอขมา ส่วนจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น เป็นเรื่องของมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และเป็นเรื่องของทางโลกที่จะดำเนินการกันไป

 

“ไม่ได้ติดต่อมาเลย ก็เงียบอยู่ อาตมาไม่ได้ติดใจ ถือว่าเป็นเรื่องของทางโลก ทางมูลนิธิทนายกองทัพธรรมจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา อาตมาปล่อยวางไว้ เป็นเรื่องของฆราวาสที่จะดำเนินการ” เจ้าอาวาสกล่าว

 

เจ้าอาวาส กล่าวว่า ภายในวัดยังคงดำเนินชีวิตอย่างสงบเหมือนที่ผ่านมา เพราะวัดอยู่ในลักษณะเช่นนี้มานาน พระสงฆ์ต่างอยู่ตามกุฏิของตนเอง และมาร่วมฉันพร้อมกันเฉพาะวันพระเป็นหลัก จึงไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้ติดใจจะเอาความในเรื่องการขอขมาดังกล่าว

 

สำหรับสุขภาพ หลังผ่านเหตุการณ์ข้อพิพาทและมีผู้คนเดินทางเข้ามาที่วัดอย่างต่อเนื่องเกือบครบ 1 เดือน พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวว่า สภาพร่างกายเริ่มดีขึ้นมาก สามารถฉันอาหารได้มากขึ้น ร่างกายเริ่มแข็งแรง และพักผ่อนได้ดีขึ้น โดยช่วงเที่ยงวันที่ 7 กันยายน มีกำหนดเดินทางไปเข้ารับการฟอกไตตามนัดประจำสัปดาห์

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาส ยอมรับว่า สิ่งที่ยังเป็นห่วงและทำให้เกิดความวิตกกังวลอยู่ในขณะนี้ มีเพียงเรื่องเดียว คืออยากให้โฉนดที่ดินเปลี่ยนเป็นชื่อของวัดโดยเร็วที่สุด เพราะหากดำเนินการเรียบร้อย ก็จะทำให้อาตมาสบายใจและหมดห่วง

 

“ที่เป็นห่วงอย่างเดียวคืออยากให้โฉนดเป็นชื่อวัดเร็ว ๆ ถ้าเป็นชื่อวัดเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งดี อาตมาก็จะได้สบายใจ ที่ห่วงอยู่นี้คือโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัด ก็อยากให้เรื่องนี้จบไป จะได้หมดห่วง” เจ้าอาวาส กล่าว

 

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวด้วยว่า แม้จะไม่ขอกล่าวว่าโฉนดอยู่ที่ใด แต่ความตั้งใจคืออยากเห็นโฉนดเป็นชื่อของวัด เพื่อให้เรื่องที่ยังค้างคาอยู่ยุติลง

 

ส่วนกระบวนการทางคดีแพ่งที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายเรื่องการเปลี่ยนชื่อในโฉนด โดยทางวัดยังรอผลในส่วนของการขอฎีกาของอีกฝ่าย ซึ่งวัดได้ดำเนินการคัดค้านฎีกาไปแล้ว หากศาลรับฎีกา ทางวัดก็จะต้องดำเนินการยื่นคำแก้ฎีกา และต่อสู้คดีในศาลฎีกาต่อไป

 

เจ้าอาวาส อธิบายว่า หากศาลแพ่งรับฎีกาของอีกฝ่าย หลังจากที่วัดคัดค้านฎีกาไปแล้ว ก็จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนแก้ฎีกาอีกครั้ง โดยมองว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินมายาวนานและผ่านศาลมาหลายขั้นตอนแล้ว ขณะนี้ยังเหลือกระบวนการในศาลที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

สำหรับคดีบุกรุกวัด พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวว่า ได้ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนไปแล้ว และไม่ต้องการกล่าวถึงรายละเอียดมากกว่านี้ โดยยืนยันว่าในฐานะพระสงฆ์จะต้องให้การตามความเป็นจริง “เพราะว่าเราเป็นพระ จะไปโกหกได้อย่างไร ก็ให้การตามความเป็นจริง เพราะทุกอย่างไปตามกระบวนการ”

 

ขณะเดียวกัน หลังเหตุการณ์ข้อพิพาททำให้ประชาชนรู้จักวัดป่าอดุลยารามมากขึ้น และมีผู้เดินทางเข้ามาสนใจวัดและการปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ขณะอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เคยฝันว่ามีพระสูงอายุมาบอกให้ช่วยพระพุทธศาสนา โดยระบุในความฝันว่า “ศาสนาล้มย่ำแย่เยอะ” ซึ่งขณะนั้นไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้มาช่วยศาสนาในลักษณะที่เกิดขึ้นเช่นปัจจุบัน

 

ในส่วนการพัฒนาเมรุและเตาเผาศพของวัด พระครูอดุล ชี้แจงว่า ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงเมรุเดิม แต่มีความตั้งใจจะเพิ่มเตาเผาศพอีก 1 เตา ให้ภายในวัดมีรวม 2 เตา โดยเตาแรกมีการสร้างแล้ว และมีแผนจะนำเงินจากกฐินที่จะมีขึ้นไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเตาที่ 2 หากเงินกฐินมีจำนวนเท่าใดก็จะนำไปจ่ายก่อน และหากยังไม่เพียงพอ เนื่องจากวัดรู้จักกับบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้าง ก็จะหารือเรื่องการชำระต่อ และอาจนำเงินกฐินในปีถัดไปมาดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ

 

อีกประเด็นที่ พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวย้ำคือ ความต้องการรักษาพื้นที่ธรรมชาติภายในวัดเอาไว้ โดยมองว่าภายในเขตเทศบาลแทบไม่เหลือพื้นที่ป่าแล้ว และพื้นที่ป่าภายในวัดแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่สีเขียวสำคัญแห่งหนึ่ง “อาตมาอยากรักษาธรรมชาตินี้ไว้ ในเทศบาลมันไม่มีป่าแล้ว มีป่าตรงนี้ตรงเดียว เป็นปอดของชาวบ้าน”


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#วัดป่าอดุลยาราม#พี่แหวนธานอส#ทนายอนันต์ชัย#โหนกระแส
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook