วันที่ 18 ก.ย. 2569 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สภ. เมืองขอนแก่น หลัง ‘ป้าดา’ และ ‘ป้าบัวไข’ พร้อมด้วยบุคคลอื่นที่ถูกออกหมายเรียกรวม 9 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ให้ปากคำ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนเจ้าหน้าที่จะปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเดินทางมาตามหมายเรียก ไม่ใช่การจับกุม โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง
หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน ป้าดา ป้าบัวไข และป้าบัวเรียน ได้เดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านหน้า โดยป้าดาให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ตำรวจแจ้ง พร้อมระบุว่าฝ่ายทายาทต้องการให้ตรวจสอบความเป็นมาของเจ้าอาวาส สถานะของวัด และกระบวนการเกี่ยวกับที่ดิน โดยอ้างว่าทายาทไม่เคยรับรู้หรือมีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งที่เป็นทายาทและผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่กล่าวอ้าง “การเกิดเรื่องมันมีอยู่สองฝ่าย มีผิดกับถูก อยู่ที่ว่าใครผิดใครถูก ก็ว่ากันไป แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะพิสูจน์ได้ภายในไม่ช้า” ป้าดากล่าว
ป้าดากล่าวต่อว่า ฝ่ายทายาทต่อสู้เรื่องที่ดินมานานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงวันสองวัน พร้อมตั้งคำถามถึงข้อมูลในสารบัญท้ายโฉนดที่ระบุชื่อนายเฮียงเป็นผู้ให้สัญญา ทั้งที่นายเฮียงเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงมีการระบุให้นายเฮียงเป็นผู้ให้สัญญาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการพูดว่านายกฯ อนุทิน สั่งให้โอนที่ดิน โดยระบุว่าจะสอบถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า หากโฉนดไม่สามารถใช้ยืนยันกรรมสิทธิ์ได้ ประชาชนจะพึ่งพาระบบที่ดินได้อย่างไร
ฝ่ายนางบัวไขได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อสำนักงานที่ดินเมื่อประมาณ 7-8 วันก่อน และควรมีการตรวจสอบกรณีบุคคลที่นอนติดเตียงถูกนำมาเกี่ยวข้องกับการให้สัญญา รวมถึงตรวจสอบสติสัมปชัญญะและเรียกบุคคลข้างเคียงบริเวณหลังวัดมาสอบถาม โดยยืนยันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดินเป็นของวัด วัดถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าอาวาสถูกต้องตามกฎหมาย ก็เอาไปเลย ไม่ต้องมาถกเถียง แต่ฝ่ายทายาทเห็นว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และเชื่อว่าปัญหาเกิดจากกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาที่รวมถึงความผิดตามมาตรา 112 ป้าดากล่าวว่าไม่กังวล เพราะความจริงต้องได้รับการพิสูจน์ พร้อมระบุว่า “เราเป็นของจริง ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟหลอม”
ขณะที่ป้าบัวไขกล่าวถึงข้อกล่าวห แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่า ไม่หนักใจ เพราะต้องการติดตามหาความจริง
ทั้งสองระบุว่า ได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงกองปราบปราม โดยไม่ได้หมายความว่าต้องการเอาโฉนดคืนทันที แต่ต้องการให้ตรวจสอบสิ่งที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
หลังให้สัมภาษณ์ ป้าดาบอกป้าไขว่าหิวข้าวและความดันขึ้นแล้ว ก่อนทำมือมินิฮาร์ทให้ผู้สื่อข่าว แล้วขึ้นรถตู้ออกจาก สภ. เมืองขอนแก่น ด้วยท่าทีอารมณ์ดี ไม่ได้แสดงความเครียดใด ๆ