วานนี้ (30 ต.ค.69) นายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ พาชาย อายุ 19 ปี (ผู้ร้อง) พร้อมผู้ปกครอง เข้าพบ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง เมื่อวันที่ 11 ก.ค.69 บริเวณถนนอุดรธานี-ขอนแก่น ขาออก ช่วงบ้านหนองไผ่ ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายส่วน ชาย อายุ 19 ปี (ผู้ร้อง) ได้รับอุบัติเหตุขาขาด โดยติดใจพนักงานสอบสวน จากคนซ้อนรถ จยย.กลับเป็นคนขับ
บรรยากาศการเข้าร้องเรียนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ร้องยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่ หลังได้รับบาดเจ็บจนต้องสูญเสียขาซ้ายถึงโคนขา ต้องมีผู้ปกครองและทีมทนายช่วยประคองพยุงเข้าพบ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งมองว่าดำเนินการล่าช้าและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบุบุคคลผู้ขับขี่จากคนซ้อนดันเป็นคนขับ
ทนายโนบิตะ ให้ข้อมูลต่อ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานีว่า ประเด็นสำคัญคือบันทึกประจำวันของตำรวจระบุว่า ผู้ร้อง เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แต่ผู้ร้องยืนยันมาตลอดว่าตนเป็นเพียงผู้ซ้อนท้าย ส่วนผู้ขับขี่ตัวจริงคือหญิง อายุ 18 ปีซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงต้องการทราบว่าพนักงานสอบสวนใช้พยานหลักฐานใดในการระบุว่าผู้ร้องเป็นคนขับ แต่เมื่อสอบถามกลับไม่สามารถชี้แจงหลักฐานที่ชัดเจนได้
จึงขอให้ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนการทำสำนวนอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดี เนื่องจากผลการสอบสวนอาจส่งผลโดยตรงต่อสิทธิและความรับผิดทางกฎหมายของผู้ร้อง
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุว่าเป็นรถของหน่วยงานใด รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูก
ด้าน ชาย อายุ 19 ปี ( ผู้ร้อง) เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเดินทางไปทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี พร้อมเพื่อนผู้ชาย และเพื่อนผู้หญิงอีก 1 คน (ญาติ) ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต รวมทั้งหมด 3 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขากลับเพื่อนผู้ชายกลับบ้าน ตนจึงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ระหว่างทางได้แวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ
หลังออกจากจุดจอดรถมาได้ประมาณ 100-200 เมตร รถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ด้านหน้า ขณะนั้นมีฝนตกต่อเนื่องและมีหมอกขาว ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางได้อย่างชัดเจน แรงกระแทกส่งผลให้ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณขา สะโพก และศีรษะ ส่วนคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยหลังเกิดเหตุสิ่งที่ติดใจมาโดยตลอดคือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุชื่อตนเป็นผู้ขับขี่ ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ซ้อนท้ายมาโดยตลอด
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี บอกว่า ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน ได้มอบหมายให้หัวหน้างานสอบสวนแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการเฉพาะ โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดทั้งในวันเกิดเหตุและช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน โดยจะสอบปากคำพยานแวดล้อมและผู้ที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุเพิ่มเติม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตัดต้นไม้อยู่ใกล้เคียง รวมถึงบุคคลที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุเป็นกลุ่มแรก เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ระบุอีกว่า คดีนี้เป็นอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถยนต์ที่จอดอยู่ริมทาง โดยยังมีข้อโต้แย้งสำคัญว่า ระหว่างผู้เสียชีวิตกับผู้ร้องเรียน ใครเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กันแน่ แม้พยานหลักฐานเบื้องต้นในที่เกิดเหตุจะมีข้อมูลอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีการร้องเรียนและโต้แย้งถึงความถูกต้องของสำนวน ตำรวจจำเป็นต้องตรวจสอบใหม่อย่างละเอียดทุกมิติ
ทั้งนี้ จะดำเนินการตรวจสอบตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความโปร่งใสในการทำสำนวนคดี โดยจะตรวจสอบทุกประเด็นที่ผู้ร้องสงสัยและนำมาร้องเรียนในครั้งนี้