จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป เด็กชายถูกคนในครอบครัวบังคับให้ไปนั่งขายของในปั๊มน้ำมัน ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จนถึงตี 1 ตี 2 จนเด็กฟุบหลับกับโต๊ะที่ขายของ บางครั้งถูกบังคับให้เดินขายถั่วต้ม ข้าวโพดต้ม เป็นระยะทางไกลกว่า 1 กิโลเมตร หากไม่ทำก็จะถูกพี่สาวซึ่งเป็นคนพาไปขายทำโทษด้วยการหยิกหรือตีจนมีรอยเขียวช้ำตามแขน ขา สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น ด้วยความสงสารหลายคนก็จะช่วยซื้อเพื่อให้เด็กได้กลับบ้านเร็วๆ
ล่าสุด วันนี้ (20 ก.ย.69) นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจากการตรวจสอบและสอบถามข้อมูลจากทั้งทางโรงเรียน พลเมืองดีที่พบเห็น ญาติ และชาวบ้านใกล้เคียง ก็ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของเด็กฐานะค่อนข้างยากจนประกอบกับมีลูกหลายคน พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย และเด็กถูกคนในครอบครัวบังคับให้ไปขายของตอนดึกและเดินไกลเป็นกิโลจริง
ขณะที่ทางโรงเรียนบอกว่าระยะหลังเด็กขาดเรียนบ่อย ปัญหาดังกล่าวทางโรงเรียน และหน่วยงานในพื้นที่เคยไปพูดคุยกับผู้ปกครองและตักเตือนหลายครั้งแล้ว ก็จะหยุดไปสักพักพอเวลาผ่านไปก็กระทำเหมือนเดิมอีก
ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บ้านกลับไม่พบทั้งพ่อและแม่ พบเพียงพี่สาวอายุ 15 ปี ที่เป็นคนพาน้องไปขายของ และบังคับให้เดินไกลเป็นกิโล เจ้าหน้าที่สอบถามถึงสาเหตุก็บอกว่าครอบครัวยากจน ต้องช่วยกันหาเงิน
ด้าน พนักงานปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า ด้วยความเห็นใจทางปั๊มก็จะให้พื้นที่ขายฟรีไม่ได้คิดเงิน ซึ่งเมื่อก่อนพี่สาวอายุประมาณ 15 – 16 ปี จะเป็นคนมาขาย แต่ระยะหลังพี่สาวจะเอาน้องชายอายุ 9 ปี มานั่งขายแทน ส่วนพี่สาวจะเฝ้าอยู่ด้านหลัง แต่ที่รับไม่ได้คือเห็นน้องผู้ชายนั่งขายจนดึกถึงตี 1 ตี 2 บางวันก็นั่งหลับคาโต๊ะ หากไม่ทำก็จะถูกพี่สาวทำโทษ ด้วยความสงสารก็เคยแจ้งเรื่องกับตำรวจให้มาตักเตือน แต่ก็ไม่ได้หยุดการกระทำ ยังเห็นน้องมานั่งทรมาน คิดว่าที่เขาบังคับให้น้องมาขายเพราะเรียกความสงสาร ซึ่งส่วนตัวมองว่าเด็กอายุแค่นี้ไม่น่าจะมาอดหลับอดนอนทำงานหนักขนาดนี้ เป็นห่วงอนาคตน้อง ก็อยากให้ช่วยเหลือ
ขณะที่ชาย อายุ 54 ปี ญาติฝั่งพ่อของเด็ก บอกว่า ครอบครัวนี้มีฐานะค่อนข้างยากจน ประกอบกับมีลูกหลายคน ทั้งสามีคนก่อนและสามีปัจจุบันรวม 5 คน ซึ่งพ่อแม่ของเด็กจะมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย หลังจากทะเลาะกันสามีก็จะหนีไปอยู่ที่อื่นหลายๆ วันถึงจะกลับมา ส่วนเรื่องที่พาเด็กไปขายของที่ปั๊มจนดึกดื่นนั้น ส่วนตัวไม่ได้เห็นกับตา แต่เคยได้ยินคนมาเล่าให้ฟังอยู่ว่าไม่เหมาะ สงสารเด็ก ตนก็ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวเขา แต่หากมีการบังคับให้เด็กไปขายดึกดื่นจริงก็มองว่าไม่สมควร
ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เด็กเรียน ระบุว่า ปัจจุบันเด็กชายเรียนอยู่ชั้น ป.3 ที่ผ่านมาก็เคยได้รับร้องเรียนเกี่ยวกับการพาเด็กไปขายของจนดึกดื่น ทำให้เด็กอดหลับอดนอนพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลทำให้ขาดเรียนบ่อย ทางโรงเรียนจึงได้พูดคุยกับทางผู้ปกครอง และพยายามหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งเรื่องทุนการศึกษา ช่วงที่พูดคุยเขาก็หยุดให้น้องไปขายของ แต่ผ่านไปสักพักก็พาไปอีก จนมีคนสงสารถ่ายคลิปมาเผยแพร่และมีการแชร์ออกไป เพื่อให้น้องได้รับการช่วยเหลือ
สำหรับผลการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนทางครอบครัว และทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันหลายฝ่าย แล้วแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ โดยห้ามบังคับเด็กไปขายของอีกเด็ดขาด หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายคุ้มครองเด็กจัดการขั้นเด็ดขาด ส่วนการช่วยเหลือครอบครัว ทางอำเภอมีการจัดตลาดนัดสีเขียวสัปดาห์ละ 4 วัน ซึ่งจะได้จัดสถานที่ให้กับครอบครัวนี้ไปขายของฟรี เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง