รายการโหนกระแสวันนี้ (19 มี.ค. 2569) พูดคุยกรณีที่ผู้ปกครองของเด็กชายชั้น ป. 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ. ชลบุรี ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ระบุว่าลูกชายถูกครูผู้สอนเข้าเรียกเข้าไปในห้อง ก่อนปิดและล็อกประตู จากนั้นได้ใช้มือต่อยบริเวณหน้าท้องและลิ้นปี่ 3-4 ครั้ง ชกที่ไหล่ทั้งสองข้าง และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกผู้ปกครอง หากบอกจะถูกทำร้ายซ้ำ พร้อมกล่าวว่า “ยังต้องเจอกันอีก 3 ปี” ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กเป็นอย่างมาก ผู้ปกครองจึงได้ได้รวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อดำเนินคดีกับครูรายดังกล่าว ต่อมา ทางครูผู้ก่อเหตุได้ออกมาขอโทษ โดยอ้างว่าทำไปด้วยความปรารถนาดี เพราะเด็กไม่มีความรับผิดชอบ หากเด็กไม่มีคะแนนก็จะไม่จบ ป. 6 ไม่มีที่เรียนต่อ ม. 1 แต่ยอมรับว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ
คุณพ่อน้องแชมป์ เล่าว่า เหตุการณ์จริง ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. มีเด็ก 5 คน รวมลูกชายของตน ถูกเรียกไปทำโทษเพราะส่งงานล่าช้า โดยมี 3 ใน 5 คน ที่โดนหนัก คือ น้องแชมป์ น้องกร และน้องอาร์ซี
เมื่อน้องแชมป์กลับมาบ้าน ก็ได้มาเล่าให้ตนฟัง ตนจึงได้บอกลูกว่า หากครูคนนี้ทำอีก ให้แอบเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้
กระทั่งวันที่ 12 มี.ค. น้องแชมป์ไปตามงานกับครู ก็ถูกเรียกเข้าไปในห้อง ก่อนจะถูกปิดห้องทำร้ายอีกครั้ง ซึ่งน้องแชมป์ได้อัดเสียงไว้ตั้งแต่เดินเข้าห้อง ก็ปรากฏเป็นคลิปเสียง
เมื่อน้องแชมป์กลับมาบอกว่าถูกครูตีอีกแล้ว พร้อมกับนำคลิปเสียงมาเปิดให้ฟัง ตนก็ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความ ท่านผู้กำกับ สภ. เมืองชลบุรี ก็ได้เร่งออกใบส่งตัวให้ไปตรวจร่างกาย สำหรับใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความเอาผิด
จากนั้นตนได้มีการเข้าไปพบ ผอ. ที่โรงเรียน ได้มีการพูดคุยกันประมาณนึง แต่ตนไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลงโทษครูคนดังกล่าว ได้รับแจ้งแค่เพียงว่า ต้องเป็นไปตามขั้นตอน รอโทษย้าย แต่ระหว่างรออก็ยังต้องอยู่โรงเรียนนี้ต่อไป
ด้านแม่ของ ‘น้องกร’ เล่าว่า ตอนแรกที่รู้ว่าลูกถูกตีเพราะลูกคนเล็กมาบอกว่าพี่มีรอยถูกตี ตัวน้องกรไม่ยอมบอก ตนก็นึกว่าไม่ได้หนักหนาอะไร แต่พอมาเห็นข่าวน้องแชมป์ก็ได้รีบสอบถามลูกชายและถามเพื่อนลูกชาย จนได้รู้ว่าครูได้สอบถามเกี่ยวกับการขาดเรียน แต่พอลูกตนบอกเหตุไปว่าก้างปลาติดคอ กลับโดนครูด่าหยาบว่า ตอแxล และยังมีการกระชากเสื้อลูกชายจนเกือบตกระเบียง ก่อนจะลากเข้าไปในห้อง แล้วทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ส่วนเสื้อที่กระดุมขาดจากการกระฉาก ครูให้ถอดเสื้อเพื่อนำออกมาเย็บ
ตนได้ถามลูกชายว่ารู้สึกอย่างไร เขาก็บอกว่าอายที่ต้องถอดเสื้อต่อหน้าเพื่อน และที่ไม่บอกแม่ก็เพราะไม่อยากให้แม่เดือดร้อน ตนตั้งคำถามว่า หากวันนั้นลูกตนพลัดตกระเบียงไป ใครจะรับผิดชอบชีวิตลูกตนได้ หลังจากนี้ตนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทุกคนที่บ้านตนไม่มีใครยอม เพราะเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมาก็ไม่เคยใช้คำพูดหรือกระทำแบบนี้
ในส่วนของน้องอาร์ซี เด็กอีกคนที่ถูกทำร้ายหนักเช่นกัน ยายของน้องเล่าว่า หลานถูกเตะที่ขาจนเขียวช้ำ และถูกต่อยที่ท้อง ครูยังด่าทอเด็กด้วยถ้อยคำรุนแรงและท้าทายให้ไปเรียกยายมา บีบคอข่มขู่ว่า “มึงจะฟ้องยายมึงไหม” จนเด็กต้องร้องไห้บอกว่าไม่ฟ้องเพื่อเอาตัวรอด พฤติกรรมเหล่านี้ครูอ้างว่าเป็นการทดสอบเฉย ๆ
เรื่องคลิปเสียงที่น้องแชมป์ได้บันทึกไว้ คุณพ่อเผยว่าจริง ๆ แล้วคลิปยาวกว่าที่ได้นำเสนอผ่านสื่อ ซึ่งน่ากังวลเป็นอย่างมาก เพราะมีช่วงหนึ่งที่ครูใช้คำข่มขู่อาฆาต ทั้งยังจะให้น้องแชมป์กรีดเลือดที่มือ เพื่อสัญญาว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน บอกว่าหากทำตัวไม่ดีอีกจะถึงตาย
ซึ่งในคลิปน้องแชมป์ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก ครูก็ยังถามว่าร้องทำไม กลัวหรอ น้องแชมป์ยอมรับว่า “กลัวครับ” ครูก็ยังบอกว่าแค่กรีดนิดเดียว ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ปกครองและผู้ร่วมรายการเป็นอย่างมาก คุณย่าถึงต้องต้องคอยเช็ดน้ำตา แม้แต่แม่ของน้องกรและทนายสายหยุดก็ยังน้ำตาคลอ รับไม่ได้กับพฤติกรรมของคนที่บอกว่าตัวเองเป็น ‘ครู’
จากนั้น รายการได้ติดต่อไปยัง นายชาตรี ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี โดยนายชาตได้ชี้แจงผ่านโทรศัพท์ว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว และทางต้นสังกัดกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามขั้นตอนของราชการ แต่หากในความมุมของตน ความคิดเห็นส่วนตัว ตนมองว่าครูผิดอยู่แล้ว
‘ทนายสายหยุด’ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหล่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบนั้น เป็นคนในหน่วยงานเดียวกัน เป็นฝั่งเดียวกัน แล้วทางผู้ปกครองจะสบายใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการเข้าข้างกัน สามารถเปลี่ยนเป็นคนนอกได้หรือไม่ ซึ่งนายชาตรีตอบว่า เรื่องนี้ได้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีแล้ว หากจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร คงต้องรอดูก่อน
สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย ได้ฝากฝังให้ทนายสายหยุดช่วยดูแลช่วยเหลือเรื่องคดีให้กับครอบครัวของเด็ก ๆ ซึ่งทนายสายหยุดได้รับปาก พร้อมบอกว่าจะเร่งดำเนินการ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย และยังเป็นการทารุณกรรมเด็ก โดยจะพยายามเร่งรัดให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ครูคนนี้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของเด็กในโรงเรียน