ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง โพสต์เล่าเหตุการณ์อันเลวร้ายที่ได้พบเจอจากการเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น โดยเธอเล่าว่า เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเธออายุประมาณ 14-15 ปี ขณะที่กำลังกลับบ้านกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ลงรถเมล์มากำลังจะเดินไปขึ้นสะพานลอย เห็นชายพิการเข็นรถเข็นขายขนมอย่างทุลักทุเล เธอเลยคุยกับเพื่อนว่าไปช่วยเขากันไหม เพื่อนก็โอเค
เธอเลยไปเสนอตัวช่วยเขาเข็นรถขึ้น MRT พากันเข็นรถเขาไปจนเข้าลิฟต์ โดยรถเข็นอยู่ตรงกลาง เขาอยู่ข้างหลังรถเข็น เธอและเพื่อนอยู่ด้านซ้ายและขวา พอลิฟต์ลงไปใกล้จะถึงชั้นใต้ดินแล้ว เธอบอกว่าระยะเวลาในการลงลิฟต์แค่แป๊บเดียวแต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันนานมาก
พอใกล้จะถึงชั้นใต้ดิน จังหวะลิฟต์ใกล้เปิด พอเธอหันไปก็เห็นเขาขยับกระเป๋าที่ห้อยอยู่ข้างหน้าออก สิ่งที่เห็นคือซิปกางเกงที่รูดลงพร้อมกับอวัยวะเพศของเขาที่โผล่ออกมาจากกางเกงของเขา เธอก็อึ้ง หันไปดูเพื่อนเพื่อนก็อึ้ง แล้วเขาก็พูดว่า ช่วยรูดซิปให้หน่อยได้ไหม เธอก็ทำอะไรไม่ถูก รีบจูงมือเพื่อนออกจากลิฟต์แล้ววิ่งหนีทันที เพื่อนเกือบร้องไห้ เพราะเรื่องที่เจอถือเป็นบาดแผลทางใจ ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะเธอไม่มีรูปร่างหน้าตาเขาที่ชัดเจนที่จะไปเตือนคนอื่นได้ว่าเขาเคยมาทำแบบนี้กับเธอและเพื่อน
เธอบอกอีกว่า แม้จะไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่จำไม่เคยลืม จำได้แม้กระทั่งรถเข็น จำได้ว่าแต่งตัวยังไง เดินยังไง พอเห็นคลิปที่มีคนแชร์เรื่องราวช่วยเหลือคนคนนั้น ก็เลยส่งไปหาเพื่อนถามว่าใช่คนนั้นไหมที่เราเคยเจอ เพื่อนบอกว่าใช่
เธอยังบอกอีกด้วยว่า หลังจากนั้นก็ไม่เคยช่วยใครซี้ซั้วอีกเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำใจ แต่เพราะมีประสบการณ์อันเลวร้าย (Trauma)
โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าของโพสต์เป็นจำนวนมาก เช่น “ดีแล้วค่ะ ออกมาเตือนภัยกัน คนไม่รู้ก็พากันสงสาร อยากช่วยเหลือคนเหล่านั้น (เราก็เกือบช่วยละ) จขช.กล้าหาญมากที่ออกมาพูด ทั้ง ๆที่รอยแผลจากความรู้สึกกลัวในตอนนั้นก็ยังคงอยู่จนถึงวันนี้ กอดๆนะคะ” , “กอดนะคะ ทั้งคนเล่าและเพื่อนคนเล่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร” , “กอดนะคะ แค่ฟังยังรู้สึกกลัวเลย เก่งมากที่มีสติแล้วรีบวิ่งออกมา กอดๆนะคะ ทั้งตัวเองทั้งเพื่อนเลย” , “เราฟังแล้วใจเต้นแรงมาก ให้กำลังใจพี่และเพื่อนนะคะ”
ขณะที่หลายคนก็เข้ามาคอมเมนต์ว่าเคยเจอชายพิการขายขนมคนนี้เหมือนกัน อาทิ “ เราเคยคิดจะช่วยซื้อของเหมือนกันค่ะ หลายปีแล้ว ตอนนั้นอยู่ศิริราช แต่พอเห็นราคาของแล้วแพง คงแพงสำหรับเรานะคะ เราเลยเลือกที่จะไม่ได้ช่วยซื้อ เขาด่าเราค่ะ เราเลยเดินหนีเลย หลังจากนั้นเจอที่ไหนไม่เคยอยากจะมองเลยไม่เคยคิดอยากจะช่วยค่ะ” , “แต่ก่อนทำงานแถวพญาไท นางจะผ่านแถวนั้นตลอด แรกๆช่วย หลังๆเจอเดินหนีเลยค่ะ คำพูดคำจาเขาไม่ค่อยโอเค” , “เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วเราเคยเจอเขาลวนลามทางคำพูดค่ะ เดินมาทักมาคุย บอกให้ยืนขึ้นหน่อย จะขอดูหุ่น แต่นี่พยายามไม่สนใจค่ะปล่อยผ่าน” , “เราเคยซื้อช่วยเขาเพราะสงสาร แต่เขามองหน้าอกเรา แบบไร้มารยาท หลังจากนั้นเจอก็ไม่เคยคิดสงสารอีกเลย”