มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

จากเหตุ ไรเดอร์ vs ชาวเมียนมา จากเหตุตะลุมบอนชุลมุน ยิ่งสาวยิ่งเจอ ทำธุรกิจถูกกฎหมายไหม เปิดร้านมีใบอนุญาตหรือไม่ สรุปแล้ว ใครเป็นเจ้าของ


ข่าวด่วน
13 มกราคม 25691,024
จากเหตุ ไรเดอร์ vs ชาวเมียนมา จากเหตุตะลุมบอนชุลมุน ยิ่งสาวยิ่งเจอ ทำธุรกิจถูกกฎหมายไหม เปิดร้านมีใบอนุญาตหรือไม่ สรุปแล้ว ใครเป็นเจ้าของ

รายการโหนกระแสวันนี้ คุยประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก กรณีกลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารชาวไทยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับกลุ่มแรงงานต่างด้าว จนนำไปสู่เหตุรุมทำร้ายร่างกาย โดยมีอาวุธครบมือ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยและทำมาหากินในประเทศไทย

 

หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดรายการโดยเล่าถึงที่มาของเหตุการณ์ว่า เกิดจากไรเดอร์คนหนึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ส่งอาหารตามปกติ แต่ระหว่างทางได้ไปเจอกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวและมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเพียงเล็กน้อย โดยฝ่ายไรเดอร์ระบุว่าถูกอีกฝ่ายชูนิ้วกลางให้ก่อน ด้วยความสงสัยจึงขับรถตามไปเพื่อจะพูดคุยและเคลียร์ปัญหา โดยไม่ได้มีเจตนาจะไปมีเรื่องและไม่มีอาวุธติดตัว ไปจนถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นถิ่นของคู่กรณีที่เป็นแรงงานชาวเมียนมา เมื่อไปถึงกลับพบว่าฝ่ายคู่กรณีออกมากันถึง 6 คน พร้อมอาวุธครบมือและไล่ทำร้ายกลุ่มไรเดอร์ที่ไปกันเพียง 3 คน ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าร้านดังกล่าวอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลัง หรือผู้ก่อเหตุอาจเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่

 

แขกรับเชิญในวันนี้ แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือกลุ่มผู้เสียหายที่เป็นไรเดอร์ ได้แก่ คุณอ๊อฟ ซึ่งเป็นต้นเรื่อง คุณบู และคุณตั้ม ส่วนอีกมุมหนึ่งคือกลุ่มคนที่ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือเพราะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมที่คนไทยถูกกระทำในบ้านเกิดเมืองนอน ได้แก่ คุณเต้ อาชีวะ และคุณกุ้ง สป. พร้อมด้วย ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ที่มาร่วมให้ความเห็นทางด้านกฎหมาย

 

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามประเด็นแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นก่อนเข้ารายการ โดยหันไปถามคุณเต้ อาชีวะ และคุณกุ้ง สป. ว่าเมื่อวานนี้ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าก่อนเข้ารายการมีสายโทรศัพท์ปริศนาโทรเข้ามาด่าทอ ซึ่งคุณเต้ระบุว่าเป็นคนเมียนมาโทรมาท้าทายและลามปามถึงบุพการี โดยนัดให้ไปเจอตอนบ่ายสามโมง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่มคู่กรณีในข่าว เป็นคนละกลุ่มกัน

 

จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ได้ให้คุณอ๊อฟ ไรเดอร์ต้นเรื่อง เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น อ๊อฟเล่าว่าวันเกิดเหตุตนขับรถส่งอาหารของไลน์แมนตามปกติ ส่งออเดอร์แรกเสร็จและกำลังจะไปส่งออเดอร์ที่สอง โดยเส้นทางต้องผ่านแยกไฟแดงเอแบค บางบ่อ ขณะที่ตนขับรถมาทางตรงและกำลังจะถึงแยก มีรถยนต์คันหนึ่งซึ่งคนขับเป็นชาวต่างด้าวขับออกมาจากซอย อ๊อฟจึงบีบแตรเตือนไปหนึ่งครั้งสั้นๆ เพื่อขอทาง อ๊อฟอธิบายว่ารถคู่กรณีเป็นรถยนต์ ตนขับตรงมา ส่วนคู่กรณีจะเลี้ยวขวาออกจากซอย แต่เมื่ออ๊อฟผ่านไปแล้วมองกระจกหลัง กลับพบว่ารถคันดังกล่าวไม่ได้เลี้ยวขวาตามที่ตั้งใจ แต่กลับเลี้ยวซ้ายขับตามหลังมา

 

อ๊อฟเล่าต่อว่า เมื่อคู่กรณีขับตามมา ได้มีการขับปาดหน้าจนรถมอเตอร์ไซค์ของตนเกือบล้ม และตนสังเกตเห็นว่าคนขับลดกระจกพูดอะไรบางอย่างที่ฟังไม่รู้เรื่อง พร้อมกับชูนิ้วกลางให้ตลอดเวลา อ๊อฟจึงตัดสินใจขับตามไปโดยตะโกนบอกให้จอดคุยกันดีๆ แต่คู่กรณีไม่ยอมคุยและยังคงชูนิ้วกลางให้ ขับรถหนีไปจนถึงจุดกลับรถ อ๊อฟก็ตามไปเรื่อยๆ จนคู่กรณีแสดงท่าทีโบกมือท้าทายให้ตามไป จนกระทั่งคู่กรณีเลี้ยวเข้าไปจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

 

เมื่อถึงหน้าร้าน อ๊อฟได้จอดรถสอบถามไรเดอร์อีกคนที่อยู่บริเวณนั้นว่ารถคันนี้เป็นของใคร ไรเดอร์คนดังกล่าวระบุทันทีว่าคนขับรถคันนี้เป็นคนของร้านอาหารร้านนี้ ซึ่งเคยมีปัญหากับไรเดอร์คนอื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยความที่อ๊อฟวิ่งงานแถวนั้นและกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงไม่ได้เข้าไปในร้านทันที แต่ได้ชวนเพื่อนรุ่นน้องคือคุณบูและคุณตั้มไปด้วยกันรวม 3 คนในช่วงเย็นประมาณ 6 โมง เพื่อจะเป็นพยานและกันไว้หากเกิดเหตุปะทะ

 

เมื่อไปถึงร้าน อ๊อฟเห็นรถคู่กรณีจอดอยู่หลังร้าน จึงเดินเข้าไปสอบถาม โดยเจอผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา อ๊อฟถามว่าเป็นรถของร้านนี้ใช่ไหม แต่สื่อสารกันไม่เข้าใจ จากนั้นมีผู้ชายเดินออกมา อ๊อฟก็ถามคำถามเดิม ผู้ชายคนนั้นเดินกลับเข้าไปในร้าน และเพียงครู่เดียวก็เดินกลับออกมาพร้อมพรรคพวกและอาวุธ ทั้งเหล็กและไม้เบสบอล

 

ในรายการได้มีการเปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเกิดการปะทะ ภาพในคลิปแสดงให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ถืออาวุธเดินปรี่เข้ามาที่กลุ่มไรเดอร์ มีเสียงตะโกนห้ามปราม แต่กลุ่มคู่กรณีไม่ฟัง โดยเฉพาะชายเสื้อขาวที่ชื่อ "เฮง" ซึ่งเป็นคนขับรถคู่กรณี ได้ใช้เหล็กทุบรถมอเตอร์ไซค์ของไรเดอร์และใช้กำลังทำร้ายร่างกาย อ๊อฟยืนยันว่าชายเสื้อขาวคือคนที่ชูนิ้วกลางให้ตน และในคลิปยังได้ยินเสียงพูดไทยไม่ชัดทำนองว่า "ไม่ได้นะ" ก่อนจะเกิดการตะลุมบอนกัน

 

อ๊อฟเล่าถึงจังหวะปะทะว่า ฝ่ายคู่กรณีเข้ามาฟาดเพื่อนของตนก่อน ตนเห็นเพื่อนโดนทำร้ายจึงเข้าไปช่วย ทำให้เกิดการตะลุมบอน ซึ่งคุณบูเล่าเสริมว่า ตนเองตกเป็นเป้าของนายเฮง (เสื้อขาว) ที่ถือทั้งเหล็กและไม้เบสบอล โดยนายเฮงได้ฟาดมาที่รถมอเตอร์ไซค์ของบูจนล้มลง แล้วจะเข้ามาทำร้ายบู บูจึงตัดสินใจสู้กับนายเฮงแบบตัวต่อตัว โดยไม่สนใจคนอื่นที่เข้ามารุมทำร้ายตน บูระบุว่าตนถูกตีที่หลัง แต่สามารถแย่งเหล็กจากมือของนายเฮงมาได้ และใช้เหล็กนั้นตีสวนกลับไปที่นายเฮงจนศีรษะแตก

 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ นายเฮงจำผิดคน คิดว่ารถของบูคือรถของอ๊อฟ เนื่องจากเป็นรถสีดำเหมือนกันและจอดอยู่ข้างกัน จึงมุ่งเป้าไปโจมตีรถและตัวของบูอย่างหนัก ทั้งที่บูเพิ่งนำรถคันนี้มาขับเป็นวันแรกเพราะรถอีกคันเสีย ด้านคุณตั้ม เล่าว่าตนเองโดนเตะที่มือในจังหวะที่ก้มลงไปเก็บไม้เบสบอลเพื่อป้องกันตัว ส่วนอ๊อฟบอกว่าตนโดนอาวุธหรือหมัดจนร่วงลงไปกองกับพื้นเป็นคนแรก เกือบจะหมดสติแต่ตั้งสติลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ โดยอ้างว่าคู่กรณีพยายามดึงตัวตนขึ้นมาเพื่อไม่ให้ล้มลงไปนอน คล้ายกับกลัวว่าถ้าตนหลับไปเรื่องจะจบเร็ว หรืออยากจะทำร้ายต่อ

 

เหตุการณ์ตะลุมบอนยุติลงเมื่อมีพลเมืองดีและไรเดอร์คนอื่นๆ ผ่านมาเห็นเหตุการณ์และเข้ามาช่วยระงับเหตุ ทำให้กลุ่มคู่กรณีถอยกลับเข้าไปในร้าน หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ แต่บูและอ๊อฟเล่าตรงกันว่า แม้ตำรวจจะมาถึงแล้ว นายเฮงก็ยังไม่มีท่าทีเกรงกลัวกฎหมาย ยังคงพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายพวกตนต่อ ทั้งที่ศีรษะแตกเลือดอาบ

 

หลังจากเหตุการณ์ช่วงเย็นผ่านไป เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น ในช่วงค่ำได้มีการรวมตัวของกลุ่มไรเดอร์จำนวนมากที่ทราบข่าว เพื่อไปดูเหตุการณ์ที่หน้าร้านและติดตามความคืบหน้าคดี คุณเต้ อาชีวะ และคุณกุ้ง สป. ก็ได้เดินทางไปสมทบด้วย โดยคุณเต้ให้เหตุผลว่ารับไม่ได้กับพฤติกรรมของแรงงานต่างด้าวที่มาอาศัยแผ่นดินไทยแต่กลับทำตัวเหนือกฎหมาย ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำร้ายคนไทย จึงต้องการไปกดดันให้เกิดการดำเนินคดี กลุ่มไรเดอร์และพลเมืองดีได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เพื่อนำหลักฐานที่อยู่ของผู้ก่อเหตุไปมอบให้ตำรวจ โดยทางตำรวจแจ้งว่าจะรับเรื่องและส่งสายสืบไปดำเนินการ

 

ต่อมาในรายการได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คนได้เดินทางมามอบตัวแล้ว โดยมีคลิปวิดีโอการมอบตัวและการกล่าวขอโทษผ่านล่าม โดยล่ามแปลว่าผู้ก่อเหตุสำนึกผิดและจะไม่ทำแบบนี้อีก อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย และผู้ร่วมรายการยังคงติดใจในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อเหตุกับร้านอาหาร จึงได้ทำการต่อสายโทรศัพท์สดไปหา "คุณเม" (หรือ เมย) ซึ่งมีชื่อปรากฏว่าเป็นหุ้นส่วนของร้านอาหารที่เกิดเหตุ

 

จากการพูดคุยกับคุณเมผ่านทางโทรศัพท์ คุณเมยอมรับว่าเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารดังกล่าวจริง โดยร่วมหุ้นกับแฟนหนุ่มชาวเมียนมาและเพื่อนคนไทยอีกคน ส่วนนายเฮง (ชายเสื้อขาวผู้ก่อเหตุหลัก) ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน แต่เป็นเพื่อนสนิทของแฟนที่นับถือกันเหมือนพี่น้อง และมักจะมาช่วยงานที่ร้าน ทั้งส่งอาหารและดูแลลูกน้อง คุณเมปฏิเสธว่านายเฮงไม่ได้มีบ้านราคา 7-8 ล้านบาทตามข่าวลือ แต่เช่าห้องพักอยู่

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของการสัมภาษณ์เกิดขึ้นเมื่อ หนุ่ม กรรชัย และทนายแก้ว เริ่มซักถามถึงรายละเอียดการทำงานของนายเฮงและสถานะทางกฎหมายของร้าน คุณเมหลุดปากยอมรับว่านายเฮงทำหน้าที่ส่งอาหารให้นักศึกษาและรับเงินค่าอาหารมาให้ที่ร้าน รวมถึงช่วยดูแลกิจการภายในร้าน ทนายแก้วจึงชี้แจงทันทีว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2522 มาตรา 8 ซึ่งระบุอาชีพสงวนที่ห้ามคนต่างด้าวทำ โดยเฉพาะงานขายของหน้าร้านและการเป็นเจ้าของกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ รวมถึงตัวคุณเมในฐานะนายจ้างหรือผู้สนับสนุนก็มีความผิดด้วย

 

เมื่อถูกจี้ถามเรื่องใบอนุญาตเปิดร้านและใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณเมเริ่มตอบอย่างตะกุกตะกัก โดยบอกว่ามีใบอนุญาตขายอาหาร แต่ไม่มีใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์ อ้างว่านักศึกษาซื้อดื่มกันเองจากข้างนอก ส่วนเรื่องเอกสารการเปิดร้านอื่นๆ อ้างว่าแฟนและหุ้นส่วนคนไทยเป็นคนจัดการ ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก หนุ่ม กรรชัย ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องที่ร้านเปิดมาได้เพียง 2-3 เดือน แต่กลับมีประวัติความรุนแรง โดยเปิดคลิปเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายนหรือตุลาคมปีก่อน ซึ่งกลุ่มคนจากร้านนี้เคยรุมทำร้ายไรเดอร์คนอื่นมาแล้วในลักษณะคล้ายกัน คือขับรถปาดหน้า เรียกมาเคลียร์ แล้วรุมตี คุณเมพยายามปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่หลักฐานจากคลิปขัดแย้งกับคำให้การ ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง

 

ในระหว่างการสัมภาษณ์ คุณเมพยายามชี้แจงแทนลูกน้องว่า นายเฮงเป็นคนใจเย็น แต่ในวันเกิดเหตุอาจจะใจร้อนเกินไปเพราะเข้าใจผิดว่าไรเดอร์จะมาทำร้าย แต่หนุ่ม กรรชัย และแขกรับเชิญต่างแย้งว่าพฤติกรรมในคลิปและประวัติที่ผ่านมาบ่งบอกถึงความกร่างและไม่เกรงกลัวกฎหมายอย่างชัดเจน

 

บทสรุปของการโฟนอิน คุณเมประกาศกลางรายการว่าจะปิดร้านและไม่ทำกิจการนี้ต่อแล้ว เนื่องจากไม่อยากมีปัญหาและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนนายเฮงคาดว่าจะเดินทางกลับประเทศเมียนมาเพราะสำนึกผิดและกลัวความผิด คุณเมยังได้กล่าวขอโทษเป็นภาษาเมียนมาฝากถึงเพื่อนร่วมชาติ ให้ช่วยกันอยู่กันอย่างสงบและทำมาหากินโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนไทย

 

ทางด้านกฎหมาย ทนายแก้ววิเคราะห์ว่า แม้ตำรวจจะตั้งข้อหาสมัครใจทะเลาะวิวาท แต่จากพฤติการณ์ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเตรียมอาวุธและเริ่มโจมตีก่อน รวมถึงทำลายทรัพย์สิน ควรต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย (มาตรา 295) และทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358) ซึ่งมีโทษจำคุก นอกจากนี้ยังต้องมีการตรวจสอบเรื่อง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งหากพบความผิดจะต้องถูกผลักดันออกนอกประเทศและขึ้นบัญชีดำ

 

ช่วงท้ายรายการ คุณเต้ อาชีวะ ได้ฝากข้อคิดถึงสังคมและหน่วยงานภาครัฐว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยของคนไทย ที่ต้องระแวงทั้งอาชญากรไทยและอาชญากรต่างด้าว โดยเฉพาะเมื่อมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาในประเทศ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่กวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อคืนความปลอดภัยและสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนคนไทย ทนายแก้วยังแนะนำให้ผู้เสียหายไปยื่นเรื่องที่ยุติธรรมจังหวัดเพื่อขอรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาอีกด้วย รายการจบลงด้วยการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่คนไทยต้องมาถูกทำร้ายในแผ่นดินของตัวเอง

 

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เมียนมา#แรงงาน#ไรเดอร์